
รัฐโยนแสนล้านพักหหนี้ดี-อุ้มเอสเอ็มอี
แวดวงข่าวการเงินสัปดาห์นี้ ยังให้ความสนใจในหลากหลายนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ทยอยออกมาเพื่อซื้อใจประชาชน โดยเฉพาะนโยบายพักหนี้ดีที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนเคยทำมาก่อน และรัฐบาลนี้ยังเลือกปฏิบัติ ช่วยเหลือเฉพาะเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาท แต่ไม่เหลียวแลผู้ประกอบการรายใหญ่เลย
แวดวงข่าวการเงินสัปดาห์นี้ ยังให้ความสนใจในหลากหลายนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ทยอยออกมาเพื่อซื้อใจประชาชน โดยเฉพาะนโยบายพักหนี้ดีที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนเคยทำมาก่อน และรัฐบาลนี้ยังเลือกปฏิบัติ ช่วยเหลือเฉพาะเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาท แต่ไม่เหลียวแลผู้ประกอบการรายใหญ่เลย
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบโครงการพักชำระหนี้เงินต้นและลดภาระดอกเบี้ยลงมาจากปกติ 3% ให้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 5 แสนบาท และมีสถานะเป็นหนี้ปกติก่อนวันที่ 24 เม.ย. 2555 ทั้งนี้ไม่รวมหนี้ประเภทสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ และไม่ได้รับการลดดอกเบี้ยหรือได้ดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
โครงการนี้เปิดกว้างให้ลูกหนี้เลือกพักชำระหนี้เงินต้น หรือขอลดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีลูกหนี้ดีที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายนี้มีจำนวน 3.8 ล้านราย มูลหนี้รวมทั้งสิ้น 4.6 แสนล้านบาท ที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารเฉพาะกิจ 4 แห่ง โดยประชาชนสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.20 ส.ค. 2555 และรัฐบาลคาดว่าจะต้องใช้จ่ายงบประมาณถึง 4.5 หมื่นล้านบาท
n อัดงบ 5.4 หมื่นล้านช่วยเอสเอ็มอี
กิตติรัตน์ กล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติวงเงินสินเชื่อ 5.4 หมื่นล้านบาท และมาตรการทางภาษีช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท แบ่งเป็น 2 หมื่นล้านบาท ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอีนำไปใช้ในการพัฒนาเครื่องจักรหรือกระบวนการทำงาน คิดดอกเบี้ย 2% ปีแรก คิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลบ 3% ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ตลอดอายุสัญญา โดยให้กู้ยืมต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท
ส่วนอีก 2.4 หมื่นล้านบาท ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อนาน 5 ปี วงเงินค้ำประกันสูงสุดต่อรายไม่เกิน 40 ล้านบาท คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันต่อปีอยู่ที่ 1.75% โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอกับสถาบันการเงินได้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 รัฐบาลคาดว่าจะมีเอสเอ็มอีที่เข้าข่าย 2 แสนราย
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีกระแสความไม่พอใจถึงนโยบายนี้ออกมาจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาทเช่นกัน แต่รัฐบาลไม่เคยให้ความช่วยเหลือ คงปล่อยให้ปรับตัวและแก้ปัญหากันเอง
n ลงทุนอนาคตประเทศไทย 2.27 ล้าน ล้าน
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) สั่งให้กระทรวงการคลังและ สศช. ร่วมกันจัดทำแผนการจัดหาแหล่งเงินเพื่อลงทุนโครงการสร้างอนาคตประเทศ ในวงเงิน 2.27 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างอนาคตประเทศปี 2555-2559 เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและโลจิสติกส์ในวงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งโครงการที่เร่งด่วน เช่น การขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และรถไฟฟ้า ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนด้านพลังงาน และระบบสาธารณูปโภค
n ขึ้นเงินเดือนครูเอกชนเป็นหมื่นห้า
แหล่งข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ จะเสนอให้พิจารณาปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนวุฒิปริญญาตรีให้ได้รับเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท โดยใช้เงินจากงบกลางปี 3,494 ล้านบาท ซึ่งจะมีครูเอกชนเงินเดือนไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท อยู่ประมาณ 8 หมื่นคน
n เล็งรีดภาษีเพิ่ม 20%
สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือน กรมจัดเก็บภาษีได้สูงกว่าเป้าหมายและได้ตั้งเป้าหมายส่วนตัวว่า การจัดเก็บภาษีในปีนี้จะสูงกว่าปีงบประมาณที่ผ่านมา ไม่น้อยกว่า 20% โดยจะขยายฐานภาษีเพิ่ม รวมทั้งเร่งจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ เช่น ธุรกิจการซื้อขายสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
n ธปท.ต้านล้วงทุนสำรองไปใช้
หลังรัฐบาลมีโครงการที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงส่งสัญญาณที่ต้องการใช้ประโยชน์จากทุนสำรองระหว่างประเทศ ผ่านแนวคิดของ วีรพงษ์ ที่เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำเงินทุนสำรองไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้น จะได้เงินมาใช้ลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขอประเทศได้มากขึ้น
แต่แนวคิดดังกล่าวถูก ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. มองต่าง โดย ธปท.เห็นว่าการนำทุนสำรองไปลงทุนควรทำตามกรอบกฎหมายที่กำหนดและต้องระมัดระวังความเสี่ยง เพราะภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงสูงขึ้น เงินทุนต่างชาติเคลื่อนย้ายผันผวนคาดเดายาก
n เงินบาทอ่อนแตะ 31 บาท-หุ้นขึ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงหลุด 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนตัวลง ก็ส่งผลให้เงินในเอเชียแข็งค่า ทำให้เงินบาทปิดที่ 30.77 เทียบกับระดับ 30.91 บาท ในวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา
ทางด้านการลงทุนในตลาดหุ้น ดัชนีสามารถยืนเหนือ 1,200 จุดได้อย่างแข็งแกร่งและปิดที่ระดับ 1,211.78 จุด เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา แม้ว่านักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิออกมาในหลายวันและเพิ่งกลับมาซื้อสุทธิ 923 ล้านบาทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ เนื่องจากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลายแห่งเปิดตัวเลขกำไรสุทธิไตมาสแรกออกมาดีเกินคาด







