posttoday
รอยส์ร้อยสองมือร้อนเงินล้าน

รอยส์ร้อยสองมือร้อนเงินล้าน

29 เมษายน 2555

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ธุรกิจเครื่องประดับทำมือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสุดฮิต ที่หากเดินไปตามแหล่งช็อปปิ้งยอดฮิตทั่วกรุงจะต้องพบเห็นร้านขายเครื่องประดับทำมือหลากหลายรูปแบบมากมาย แต่ใครจะเชื่อว่า ธุรกิจเครื่องประดับ ร้อยสร้อย ร้อยตุ้มหู ทำแหวน จะกลายเป็นธุรกิจทำเงินเป็นกอบเป็นกำได้อย่างมหาศาล ซึ่งถ้าใครเป็นนักช็อปเครื่องประดับตัวยง โดยเฉพาะใครที่เคยไปช็อปที่สวนลุมไนท์บาซาร์เก่า ซึ่งอยู่บริเวณสวนลุมพินีแล้ว คงพอรู้จักเครื่องประดับเก๋ๆ ภายใต้แบรนด์ “รอยส์ร้อยสร้อย” กันบ้างแล้ว

วรากร กล้าหาญ หรือคุณรอยส์ เจ้าของธุรกิจรอยส์ร้อยสร้อย เล่าถึงที่มาที่ไปของแบรนด์ “รอยส์ ร้อยสร้อย” ว่า เดิมอาศัยในชุมชนย่านเจริญกรุง 105 ซึ่งถ้าใครเคยผ่านไปจะรู้เลยว่าเป็นชุมชนแออัด เพราะพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย แต่ที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ทำงานรับจ้างส่งเสียลูกเรียนจนจบปริญญาตรีทุกคน พอจบการศึกษาก็มีโอกาสได้เข้าไปทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พอทำได้สักพักรู้สึกว่ายังไม่ใช่ และเริ่มรู้สึกว่าอยากมีเงินมากขึ้น เลยลาออกมาขายของ เพราะมองว่าอาชีพขายของทำให้คนมีเงินและเป็นนายของตัวเองด้วย

ซึ่งช่วงเวลาที่คุณรอยส์ออกมาเป็นเจ้านายตัวเองนั้น เป็นช่วงฟองสบู่แตกประมาณปี 2540 ซึ่งเป็นยุคแรกของการเปิดท้ายขายของ ก็เลยนำของในบ้านไปเปิดท้ายด้วย พร้อมกับไปซื้อจิวเวลรีจากสำเพ็งที่เป็นงานพลาสติกมาขายเสริม พอขายไปได้สักพักเริ่มมีลูกค้าสอบถามว่า ถ้าอยากได้แบบเฉพาะจะออกแบบให้ด้วยได้หรือไม่ พอได้ฟังสิ่งที่ลูกค้าท่านนี้พูด เหมือนจุดประกายให้กลับมาคิดว่า เพียงแค่ซื้อมาขายไปอาจไม่ใช่หนทางแห่งความสำเร็จ แต่ต้องเกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานเป็นของตัวเองด้วย

หลังจากเริ่มคิดแล้วว่า การออกแบบเครื่องประดับไม่น่าจะยาก เป็นสิ่งที่น่าจะเรียนรู้ได้ พอคิดก็ลงมือทำทันที เพราะมั่นใจว่าต้องทำได้สวยกว่าของที่ซื้อจากสำเพ็งแน่นอน ใช้เวลาในการศึกษาศาสตร์เกี่ยวกับสร้อย วัตถุดิบประมาณ 1 เดือน ทั้งศึกษาเรื่องหิน หาตำราการร้อยสร้อยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ อ่านทั้งหนังสือไทย หนังสือต่างประเทศ ไปหาที่เรียนแบบตัวต่อตัว พอเรียนรู้ได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็ทดลองออกแบบเลย

รอยส์ร้อยสองมือร้อนเงินล้าน

 

สำหรับชิ้นแรก จะเริ่มจากงานไม่ซับซ้อนมาก เป็นความรู้ที่จดจำได้ตั้งแต่สมัยเรียนประถมศึกษา ที่จะมีวิชาสอนสานพัด สานเสื่อ ก็เอามาปรับใช้กับการร้อยสร้อย พอได้ผลงานในระดับหนึ่งแล้ว ก็ลองเอาผลงานที่ทำได้ไปเสนอขายร้านขายของแฮนด์เมดร้านใหญ่แห่งหนึ่งในย่านเยาวราช ปรากฏว่าสินค้าเกิดติดตลาด มียอดสั่งเข้ามาจำนวนมาก เลยมีโอกาสส่งให้ตัวแทนขายที่เยาวราชต่อเนื่องเกือบครึ่งปี

“เป็นช่วงเวลาแห่งการลองผิด ลองถูก ลองเรื่องการตลาด เรียนรู้เรื่องต้นทุน วิธีคิดราคาต่างๆ ซึ่งบางสิ่งบางอย่างก็ได้ประสบการณ์จากการซื้อขายในสำเพ็ง” เจ้าของแบรนด์รอยส์ร้อยสร้อย กล่าว

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญ พอหลังจากที่ส่งขายเข้าร้านย่านเยาวราชแล้ว เริ่มมีเงินเก็บและพร้อมจะทดลองเปิดร้านเป็นของตัวเองดูบ้าง เริ่มต้นด้วยคีออสก์เล็กๆ ในศูนย์การค้าใหญ่แห่งหนึ่ง ช่วงเวลานั้นเน้นผลงานชิ้นเล็กๆ ลูกค้าก็เริ่มรู้จักในระดับหนึ่งแล้ว จนกระทั่งสวนลุมไนท์บาซาร์ ลุมพินี เปิดให้บริการครั้งแรก ก็เลยตัดสินใจย้ายจากคีออสก์เล็กๆ ไปเปิดร้านที่สวนลุมไนท์บาซาร์ (ซึ่งปัจจุบันไม่มีสวนลุมไนท์บาซาร์แล้ว) ซึ่งยอมรับเลยว่าที่นี่คือจุดแจ้งเกิดให้กับแบรนด์รอยส์ร้อยสร้อยด้วย และคำว่า “รอยส์” ก็ได้มาจากการที่ลูกค้าต่างชาติพยายามจะเรียกคำว่า “ร้อยสร้อย” กลายเป็น “รอยส์” จึงเป็นที่มาของชื่อรอยส์ในทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน

จุดเด่นของการเปิดขายของที่สวนลุมไนท์บาซาร์ คือ ได้ทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติที่จะทำให้มีโอกาสในการขยายผลงานไปยังตลาดต่างประเทศได้ โดยในช่วงที่เปิดร้านที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ทำให้มียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก เพราะขายในราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 100 บาทเท่านั้น จุดขายของแบรนด์รอยส์ร้อยสร้อย จึงอยู่ที่ความประณีตของงาน ภายใต้ราคาที่ไม่แพง ทำให้ได้รับความสนใจสูงมาก เรียกได้ว่า ช่วงที่ขายดีที่สุดสามารถทำกำไรได้ถึงเดือนละ 1 แสนบาทต่อเนื่อง จนมีความพร้อมที่จะไปดาวน์บ้าน ขยับขยายจากชีวิตคนในชุมชนแออัดสู่การมีบ้านเป็นของตัวเอง และสามารถที่จะเลี้ยงครอบครัวได้ด้วยธุรกิจร้อยสร้อย

นอกจากนี้ ยังสามารถดึงคนในครอบครัวให้เข้ามามีส่วนร่วมช่วยทำในบางขั้นตอนด้วย เช่น ขั้นตอนขึ้นลูกโซ่ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เป็นขั้นตอนแรกที่มอบหมายให้คุณพ่อเป็นผู้ทำ สร้อยทุกเส้นของรอยส์ร้อยสร้อยจะต้องผ่านฝีมือคุณพ่อเที่ยง ขึ้นเป็นโครงเพื่อนำไปต่อยอดเป็นเครื่องประดับประเภทต่างๆ ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ก็มีการกระจายงานให้คนอื่นๆ ช่วยทำ เรียกได้ว่า ทำกันยกทีมทั้งครอบครัวเลย

เมื่อประสบความสำเร็จมาได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ โดยได้นำลวดและกระดาษฟอยล์มาทักเป็นโครงของสร้อยประเภทต่างๆ ซึ่งเทคนิคในการถักนี้ได้เกิดเป็นภูมิปัญญาที่นอกจากจะทำให้สร้อยมีความสวยงามแล้ว ยังคงทนแข็งแรงอีกด้วย จึงได้นำเทคนิคดังกล่าวไปจดสิทธิบัตร สาขาภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์รอยส์ร้อยสร้อย

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ธุรกิจนี้ที่สามารถทำกำไรถึงหลักแสนใช้เงินลงทุนมากน้อยเพียงใด รอยส์ เจ้าของไอเดียรอยส์ร้อยสร้อย เล่าให้ฟังว่า จริงๆ ยุคเริ่มแรกใช้เงินลงทุนเพียง 3,000 บาทเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังมั่นใจว่าทุกคนสามารถเริ่มต้นในธุรกิจนี้ได้ที่ 3,000 บาทเช่นกัน สามารถทำสร้อยขนาดไม่ใหญ่มากได้ประมาณ 50 เส้น คืนกลับมาเป็นรายได้อยู่ที่ 5,0006,000 บาท จะเห็นว่ารายได้กลับมาเป็นเท่าตัวจากเงินลงทุน ภายใต้การคิดราคาที่ไม่สูงนัก ซึ่งหากผู้ขายปรับราคาสูง จะมีโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ความไวในการขายจะต่ำกว่าการขายในราคาเริ่มต้นประมาณ 100150 บาท

แม้ว่าปัจจุบันรอยส์ร้อยสร้อยจะไม่มีหน้าร้านเหมือนในอดีตแล้ว แต่ยอดขายจากช่องทางออนไลน์ ฐานลูกค้าเดิมที่เข้ามาต่อเนื่อง และการร่วมออกงานอีเวนต์ต่างๆ ทำให้วันนี้ต้องมีการขยายเม็ดเงินลงทุนไปถึง 3 หมื่นบาท ซึ่งตัวช่วยสำคัญ คือ การขอกู้สินเชื่อเพื่อรายย่อยจากเอสเอ็มอีแบงก์ ที่รอยส์ระบุว่าไม่ใช่เพียงวงเงินสินเชื่อเท่านั้นที่จะได้รับจากเอสเอ็มอีแบงก์ แต่ยังได้รับความรู้อีกมากมายจากการจัดอบรมของเอสเอ็มอีแบงก์ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมพัฒนาโลโก้ ทำนามบัตร ทำเว็บไซต์ เป็นต้น

จากวันเริ่มต้นจนถึงวันนี้กว่า 10 ปีแล้ว ที่รอยส์โลดแล่นในวงการเครื่องประดับ ที่ต้องถือว่าเป็นหนึ่งในคนที่ประสบความสำเร็จไม่น้อย และเริ่มคืนกำไรสู่สังคมด้วยการเปิดสอนการร้อยสร้อยพื้นฐานให้กับผู้สนใจ เพื่อให้ไปต่อยอดทำธุรกิจ หรือถ้าฝีมือเข้าตา ก็สามารถมารับงานจากบ้านรอยส์ร้อยสร้อยไปทำได้ โดยปัจจุบันนอกจากได้กระจายงานให้กับครอบครัวแล้ว ยังมีโอกาสกลับไปตอบแทนชุมชนเก่าย่านเจริญกรุง 105 ด้วยการกระจายงานให้กับคนในชุมชนนี้ด้วย

แบรนด์ “รอยส์ร้อยสร้อย” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจจากความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวรอยส์ร้อยสร้อย เพียงแค่มีความคิดสร้างสรรค์ คิดให้ต่าง แล้วลงมือทำ บวกกับความขยัน อดทน รับรอง เงินล้าน อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท