
โกลด์ซิตี้อัดงบ20ล้านปั้นยอดขายโต30%
โกลด์ซิตี้ อัดงบอีก 20 ล้านบาท ดันยอดขายโต 30% ครั้งแรกในรอบ 60 ปี พร้อมปรับสัดส่วนยอดขายในประเทศขึ้น 60% เตรียมตัวบุกตลาดอาเซียนรับเอฟทีเอก่อนถูกสินค้าชาติอื่นกลืน
โกลด์ซิตี้ อัดงบอีก 20 ล้านบาท ดันยอดขายโต 30% ครั้งแรกในรอบ 60 ปี พร้อมปรับสัดส่วนยอดขายในประเทศขึ้น 60% เตรียมตัวบุกตลาดอาเซียนรับเอฟทีเอก่อนถูกสินค้าชาติอื่นกลืน
นายสุรศักดิ์ จินาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์ซิตี้ ฟุตแวร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าผ้าใบนักเรียนชาย ภายใต้แบรนด์ โกลด์ซิตี้ เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นที่ 2 ที่บริษัทใช้งบเป็นเงิน 20 ล้านบาท จัดทำภาพยนตร์โฆษณาเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ การรับรู้จักแบรนด์ โกลด์ซิตี้ ไปยังกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย คือ กลุ่มนักเรียนชาย โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตทางด้านยอดขายไว้ที่ 30% หรือคิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 60 ปี เพราะบริษัทไม่เคยส่งเสริมตลาดมาก่อน
“แม้เมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทจะส่งเสริมตลาดผ่านภาพยนตร์โฆษณา แต่ก็มีอัตราการเติบโตทางด้านยอดขายเพียง 10% หรือมียอดขายในปีที่ผ่านมาราว 230 ล้านบาท และในปีนี้เมื่อบริษัทส่งเสริมตลาดต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำตราสินค้า และภาพลักษณ์ ประกอบกับการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ โดยปีนี้บริษัทได้จับมือกับซีพี ออลล์ จำหน่ายรองเท้าผ้าใบผ่านสาขาต่างของ เซเว่น-อีเลเว่นกว่า 5,300 สาขาเป็นครั้งแรก ในช่วงเปิดเทอม หรือเดือน เม.ย.นี้ อันเป็นบิสซิเนส โมเดล ใหม่ที่ บริษัทพัฒนาร่วมกัน เซเว่น-อีเลเว่น หากประสบความสำเร็จก็จะสร้างยอดขายได้เป็นจำนวนมาก” นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ในปีนี้บริษัทยังปรับลดสัดส่วนการส่งออกของบริษัทลงจาก 50% เหลือ 40% โดยบริษัทเมืองทองมหาชัย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่รับจ้างผลิตรองเท้าต่างๆ เพื่อการส่งออกให้กับแบรนด์ต่างๆ ในทวีปอเมริกา และยุโรป เช่น รองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬา รองเท้าแฟชั่น รองเท้าบู๊ทกันหิมะ รองเท้าบู๊ทกันน้ำ รองเท้านิรภัย รองเท้าทหาร เป็นต้น ทำให้ปีนี้บริษัทดังกล่าวจะมีรายได้ลดลงเหลือ 600 – 500 ล้านบาท จาก 700 – 800 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญของการลดสัดส่วนการส่งออกลงเนื่องจาก บริษัทต้องการมุ่งดำเนินการตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ต้องการลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศลง และไม่ต้องการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ๆ เพื่อรับจ้างผลิตอีกต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับแผนใหม่ที่บริษัทเพิ่มสัดส่วนยอดขายในประเทศจาก 50% เป็น 60% เพราะต้องการพัฒนาสินค้าต่างๆ ภายในประเทศให้ครบทุกประเภท และทดลองขายสินค้าเหล่านั้นภายในประเทศจนเชี่ยวชาญก่อน จากนั้นบริษัทจะนำสินค้าเหล่านั้นไปบุกตลาดต่างประเทศ
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า มีผลบังคับใช้ในปีนี้เป็นปีแรก สินค้าต่างประเทศก็เตรียมจะบุกเข้ามาในตลาดประเทศไทย เช่น รองเท้าผ้าใบจากจีน แต่บริษัทมั่นใจในคุณภาพของสินค้าไทย และสินค้าของบริษัทว่ามีคุณภาพดีกว่า แต่หากโรงงานจีนกลับไปพัฒนาสินค้าของตนจนมีคุณภาพทัดเทียมกับคุณภาพของสินค้าของบริษัทได้ของเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ดังนั้น บริษัทจึงวางแผนดำเนินการปรับปรุงคุณภาพสินค้า รูปแบบ ความหลากหลายในประเทศ เมื่อพร้อมแล้วภายใน 1 – 2 ปี นับต่อจากนี้ บริษัทจะนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในประเทศภูมิภาคอาเซียนภายใต้แบรนด์ของตนเอง โดยจะอยู่ภายใต้แบรนด์โกลด์ซิตี้ หรือไม่นั้นจะพิจารณาอีกที







