
ผ่าวิสัยทัศน์ซีอีโอใหม่ เทสโก้ฯ ลงทุนไทยต่อเนื่อง 7ม000 ล้านบาท
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
เพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดเทสโก้ โลตัส ประเทศไทย อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา สำหรับ จอห์น คริสตี ประธานกรรมการบริหารเทสโก้ โลตัส บริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเท็ม โดยจะเข้ามาสานต่อพร้อมวางกลยุทธ์ธุรกิจห้างค้าปลีกเทสโก้ฯ ในไทยนับจากนี้
จากในช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ คริสตี ดำรงตำแหน่งซีอีโอ เทสโก้ฯ ในประเทศสโลวาเกีย พร้อมด้วยผลงานการนำทัพธุรกิจค้าปลีกจนประสบความสำเร็จจนมีอัตราการเติบโตสูงสุดในกลุ่มเครือข่ายธุรกิจห้างเทสโก้ฯ ที่กระจายอยู่ใน 13 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ห้างเทสโก้ฯ ในไทยก็ถือว่ามีอัตราการเติบโตรวดเร็วเป็นอันดับ 2 รองจากสโลวาเกีย เช่นกัน
คริสตี กล่าวว่า สำหรับนโยบายการดำเนินธุรกิจค้าปลีกห้างเทสโก้ฯ ในไทย ในช่วงระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดนับจากนี้ไป จะยังคงให้ความสำคัญในการลงทุนธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเท่ากับในช่วงปีก่อน ด้วยยังเห็นโอกาสตลาดค้าปลีกในไทยที่ยังมีศักยภาพเติบโตดี
ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินธุรกิจในไทยภายใต้ปรัชญา “เติบโตไปด้วยกัน” (Growing Together) จากการมุ่งเน้นการลงทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และเสริมสร้างผลประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่ ลูกค้า พนักงาน และชุมชน ซึ่งจะไปพร้อมกับการดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องในฐานะที่เป็นผู้นำธุรกิจสีเขียว ซึ่งจะยังคงดำรงแนวทางการปฏิบัติงานเหล่านี้ไว้ เพื่อให้ทิ้งห่างคู่แข่งของเทสโก้ฯ
สำหรับงบลงทุนดังกล่าวในปีนี้ จะนำไปใช้ทั้งด้านการขยายสาขาใหม่ไม่ต่ำกว่า 300 แห่ง เท่ากับปีก่อน โดยเฉพาะการพัฒนาค้าปลีกในฟอร์แมต “เอ็กซ์ตร้า” อีกไม่ต่ำกว่า 5 สาขาใหม่ในปีนี้ จากปัจจุบันเปิดให้บริการ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า สาขา พระราม 4 และขอนแก่น โดยเร็วๆ นี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการรูปแบบดังกล่าวสาขาล่าสุดที่บางนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (ไฮเปอร์ มาร์เก็ต) และขนาดเล็กรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับชุมชน
ขณะเดียวกัน ยังวางแผนขยายศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจค้าปลีก จากการเพิ่มประสิทธิ ภาพการดำเนินการด้านการขนส่งและกระจายสินค้า การประหยัดต้นทุนพลังงานขนส่ง และที่สำคัญที่สุดของธุรกิจค้าปลีกคือ ความสดใหม่ของอาหารสดรายการต่างๆ จากผู้ผลิต (ซัพพลาย เออร์) เป็นต้น
“จากกระแสการต่อต้านห้างค้าปลีกข้ามชาติในช่วงที่ผ่านมา บริษัทมองว่าหากมีการพัฒนาธุรกิจหรือร้านค้าปลีกเทสโก้ฯ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของคนในชุมชนนั้นๆ ที่ไปพร้อมกับการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนแล้ว คาดว่าจะสามารถทำให้ธุรกิจอยู่ร่วมกันกับชุมชนได้” คริสตี กล่าว
จนถึงปัจจุบัน ห้างเทสโก้ฯ เปิดให้บริการร้านค้าปลีกทุกรูปแบบจำนวนกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ มีการจ้างพนักงานกว่า 4 หมื่นราย และจากแผนการขยายธุรกิจทำให้บริษัทมีแผนเพิ่มพนักงานใหม่ไม่ต่ำกว่า 900 อัตรา คาดในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนพนักงานไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นราย
เมื่อถามถึงการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่ประเทศไทยประกาศใช้แล้ว ซีอีโอใหม่กล่าวว่า เตรียมแผนรองรับค่าจ้างขั้นต่ำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งบริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากนโยบายดังกล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนสรรหาเพื่อว่าจ้างผู้บริหารระดับสูงที่เป็นคนไทย ให้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทมากขึ้น จากปัจจุบันมีพนักงานระดับสูงเป็นชาวต่าง ชาติ ทั้งนี้เพื่อให้เทสโก้ฯ เป็นองค์กรต่างชาติที่ได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือในการร่วมงานมากที่สุดเช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ในปี 2555 นี้ คาดว่าจะมีร้านค้าปลีกเทสโก้ฯ ทุกรูปแบบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ
คริสตี กล่าวว่า จากประสบการณ์ด้านค้าปลีกห้างเทสโก้ฯ ใน 5 ประเทศที่ผ่านมา ทั้งในญี่ปุ่นหรือสโลวาเกียนั้น ต่างมีจุดแข็งในการทำตลาดที่แตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่ตนจะนำส่วนที่ดีของแต่ละประเทศมาปรับใช้ อาทิ การพัฒนาธุรกิจให้มีความทันสมัย มุ่งนวัตกรรมธุรกิจ และการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าชาวไทยให้ได้รับความตื่นตาตื่นใจในการจับจ่ายซื้อสินค้าในเทสโก้ฯ
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาระบบและรายละเอียดต่างๆ เพื่อพัฒนาค้าปลีกเทสโก้ฯ รูปแบบใหม่ คือ ออนไลน์ ช็อปปิ้ง หรือการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตที่พร้อมส่งถึงมือผู้บริโภค/ลูกค้าแบบถึงบ้าน คาดพร้อมเปิดให้บริการในปีนี้ โดยไทยถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จากปัจจุบันรูปแบบดังกล่าวเปิดให้บริการในสหราชอาณาจักร (ยูเค) ยุโรป และประเทศเกาหลีใต้
ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันแนวโน้ม (เทรนด์) ค้าปลีกทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ระบบออนไลน์ จากพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มมีความคุ้นเคยและใกล้ชิดกับเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งรวมถึงผู้บริโภคประเทศไทย ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ต้องการสินค้า/บริการในช่องทางนำเสนอที่หลากหลายมากขึ้น
สอดคล้องกับนโยบายการทำตลาดในปี 2556 ที่บริษัทจะพัฒนาสินค้าและบริการต่างๆ มากขึ้น จากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวกองทุนอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท จากการนำเทสโก้ฯ 2 สาขาใหญ่ไประดมทุน และประสบความสำเร็จ
ที่สำคัญคือ บริษัทยังเตรียมความพร้อมของธุรกิจ เพื่อรองรับการเปิดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ด้วย แต่ยอมรับว่ายังคงต้องศึกษารายละเอียดในหลายภาคส่วน อาทิ การเปิดการค้าเสรีสินค้าหมวดใดบ้าง และแน่นอนว่าบริษัทมองเห็นโอกาสในตลาดดังกล่าวด้วยเช่นกัน







