posttoday
สศอ.ปรับจีดีพีอุตสาหกรรม

สศอ.ปรับจีดีพีอุตสาหกรรม

28 เมษายน 2555

เพิ่มขึ้น1%หลังโรงงานเริ่มกลับมาผลิตอีกครั้ง-ห่วงน้ำมัน-ศก.โลก

เพิ่มขึ้น1%หลังโรงงานเริ่มกลับมาผลิตอีกครั้ง-ห่วงน้ำมัน-ศก.โลก

สศอ.รื้อจีดีพีอุตสาหกรรมปี 2555 ใหม่ ที่ระดับ 4.55.5% หวังภาคการผลิตฟื้นตัวครึ่งหลังของปี

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชี้นำและเตือนภัยภาคอุตสาห กรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่าทาง สศอ.ได้ปรับเป้าหมายตัวเลขการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม (จีดีพี) ปี 2555 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.55.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.54.5% เนื่องจากแนวโน้มภาคการผลิตอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวหลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมและจะกลับมาสู่ภาวะปกติได้ในช่วงกลางปี

สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาสแรกของปีนี้ ยังขยายตัวติดลบ 7.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน ที่ติดลบอยู่ 2.1% ในขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตมีการขยายตัวอยู่ที่ 62.99 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 62.6 โดยภาคการผลิตที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง เริ่มกลับมาผลิตได้แล้ว 60% ซึ่งมีทั้งการขยายไลน์การผลิตใหม่และสินค้าใหม่ ทำให้เป้าหมายการผลิตรถยนต์ปีนี้จะเพิ่มเป็น 2.1 ล้านคันได้

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสถานการณ์ของอุตสาหกรรมสาขาสำคัญในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนใหญ่มีอัตราการขยายตัวลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอุตสหากรรมอาหารขยายตัวเพียง 4.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัว 23.8% ซึ่งมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจยุโรปยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ออร์เดอร์สินค้าลดลง โดยคาดว่าปีนี้อุตสาหกรรมอาหารจะติดลบ 3%

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอเริ่มน่าเป็นห่วงจากการขยายตัวติดลบ เนื่องจากผู้ประกอบการสิ่งทอหลายแห่งหันไปขยายการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างที่ถูกกว่า ส่งผลให้อุตสาหกรรมเส้นใยสิ่งทอขยายตัวติดลบ 38.22% อุตสาหกรรม ผ้าผืนขยายตัวติดลบ 24.96% และอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป ขยายตัวติดลบ 15.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ขยายตัวสูงขึ้น 5.61% อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวติดลบ 27% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันที่ผ่านมา และอุตสาหกรรมรถยนต์มีการผลิตรถยนต์จำนวน 499,560 คัน ขยายตัว 6.52% และคาดว่าทั้งปีสามารถผลิตได้ถึง 2.1 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นปีแรกที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เกินกว่า 2 ล้านคัน

นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมของการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบในไตรมาสแรกของปีนี้ การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในเดือน มี.ค.ปีนี้ มีการนำเข้าวัตถุดิบ ขยายตัว 17.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

“แม้ว่าจะปรับตัวเลขจีดีพีปีนี้เพิ่มขึ้น เพราะเห็นว่าในระยะยาวเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ดี แต่ปัจจัยลบที่จะมีผลที่ต้องเฝ้าระวัง คือปัญหาวิกฤตหนี้ยูโรโซน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก ที่จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและส่งออกไทย ขณะเดียวกันต้องติดตามการฟื้นตัวของภาคการผลิตจะกลับมาปกติตามที่คาดการณ์ไว้ได้แค่ไหน โดยเฉพาะในกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ หลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ” นายวีรศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ