
ITDหากินคล่องปรื๊ด
นักลงทุนแบงก์ทั่วโลกรุมอัดฉีดทวาย ปีนี้บริษัทมีกำไรเพียบ
นักลงทุนแบงก์ทั่วโลกรุมอัดฉีดทวาย ปีนี้บริษัทมีกำไรเพียบ
ITD รุ่งโรจน์ หลังยกเลิกคว่ำบาตรพม่ามากขึ้น สหรัฐยุโรปสนใจลงทุนทวาย แบงก์ทั่วโลกแห่ปล่อยกู้ ปีนี้บริษัทมีกำไรแน่นอน ส่วนปีหน้าแจ่มยิ่งขึ้น งานทะลัก
นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เปิดเผยว่า การที่ประชาคมโลกยกเลิกการคว่ำบาตรประเทศพม่ามากขึ้น ส่งผลดีต่อโครงการนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวายในพม่าค่อนข้างมาก เพราะจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น ขณะที่บริษัทจะสามารถจัดหาเงินกู้มาลงทุนดังกล่าวด้วย เพราะสามารถขอได้จากสถาบันการเงินทั่วโลกไม่ได้จำกัดเฉพาะจีนและญี่ปุ่นเท่านั้น
“ทวายเป็นนิคมฯ เพื่อการส่งออก ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาลงทุนเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตจำนวนมาก ซึ่งการได้รับการยกเลิกแซงก์ชันจะเปิดทางให้สหรัฐอเมริกาและยุโรปเข้าลงทุนได้ด้วย ส่วนเราก็ได้รับการสนับสนุนเงินได้ทั่วโลก ทำให้โครงการเดินง่ายขึ้นด้วย”
บริษัทไม่กังวลกระแสการต่อต้านการสร้างนิคมฯ ทวาย เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้จ้างบริษัทเอกชนและภาครัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าไปศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว
สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิอีกครั้ง หลังจากที่ขาดทุนสุทธิถึง 1,698 ล้านบาท ในปี 2554 เนื่องจากมีปริมาณงานเพิ่มสูงขึ้น และไม่มีการขาดทุนจากโครงการก่อสร้าง และโครงการลงทุนและพัฒนาขนาดใหญ่ลดลง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงอีกแล้วเช่นเหมือง
นายเปรมชัย คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 5.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2554 ที่มีรายได้รวม 4.4 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเซ็นสัญญางานใหม่ 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีการเซ็นงานใหม่เพียง 9 หมื่นล้านบาท โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมา เซ็นสัญญา 4.17 หมื่นล้านบาทแล้ว
สาเหตุที่บริษัทมีงานใหม่มากขึ้น เพราะเศรษฐกิจไทยดีขึ้นทำให้มีงานก่อสร้างใหม่ค่อนข้างมาก ขณะที่บริษัทก็ออกไปประมูลงานในต่างประเทศสม่ำเสมอ
“ปีหน้าปริมาณงานเซ็นสัญญาจะเพิ่มสูงขึ้นจากปีนี้มาก ระดับหลายแสนล้านบาท เพราะปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาสูงถึง 1.03 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทยอยเซ็นสัญญาตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เช่น โครงการทวาย โครงการสร้างถนนและก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เวียดนาม โครงการเหมืองถ่านหินที่สุมาตรา และมาดากัสการ์ รวมทั้งเหมืองโปรแตสในประเทศไทย” นายเปรมชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทรับงานจำนวนมากและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้กังวลว่าอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนที่จะต้องใช้สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ทำให้บริษัทต้องพิจารณาถึงความจำเป็นในการเพิ่มทุนจดทะเบียนหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องรองรับการเติบโตและสร้างความแข็งแกร่งในอนาคต
นายเปรมชัย กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาขายหุ้นที่ถืออยู่ในเหมืองโปรแตสในประเทศไทย จำนวน 90% แต่ยังคงรักษาสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ต่อไป ซึ่งกำลังเจรจากับผู้สนใจ 78 ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ส่วนเหมืองอะลูมิเนียมที่ลาว ก็จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 30% จากที่ถืออยู่ 45%
นายเปรมชัย กล่าวว่า บริษัทมีหนี้สินทั้งสิ้น 4.3 หมื่นล้านบาท แต่มีส่วนทุนเพียง 8,000 ล้านบาท และตั้งแต่ขายที่ดินในทวายให้บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง โครงการก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้เลยและอยู่ระหว่างการเจรจาขายที่ดิน จำนวน 1.25 หมื่นไร่ ให้กับโรงถลุงเหล็กรายใหญ่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
ด้านนักลงทุนแห่เข้าลงทุนหุ้น ITD ส่งผลให้ราคาขยับขึ้น 2.81% หรือ 0.10 บาท ปิดที่ 3.66 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาตากว่า 209 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีหุ้นโดยรวมบวกเพียง 2.51 จุด ปิดที่ 1,211 จุด ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 923 ล้านบาท
สำหรับนักลงทุนที่จะเข้าซื้อหุ้น บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.18 พ.ค. 2555 ต้องวางเงินสดทั้งหมดก่อน (แคชบาลานซ์)







