
ธปท.ไม่ห่วงส่งออกติดลบเชื่อกลางปีฟื้นได้
ธปท.นำปัจจัยปรับขึ้นค่าสาธารณูปโภค ส่งออกติดลบ ร่วมประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อเพื่อเสนอข้อมูลให้กนง.ตัดสินใจดอกเบี้ยนโยบายด้วย ระบุไม่ห่วงส่งออกโตติดลบมั้นใจกลับมาฟื้นได้ในกลางปีนี้
ธปท.นำปัจจัยปรับขึ้นค่าสาธารณูปโภค ส่งออกติดลบ ร่วมประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อเพื่อเสนอข้อมูลให้กนง.ตัดสินใจดอกเบี้ยนโยบายด้วย ระบุไม่ห่วงส่งออกโตติดลบมั้นใจกลับมาฟื้นได้ในกลางปีนี้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ภาวะค่าสาธารณูปโภคค่าไฟ ค่ารถขึ้นราคา รวมถึงค่าครองชีพที่เพิ่มจะเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อในปัจจุบันมากขึ้นหรือไม่นั้น ฝ่ายเศรษฐกิจการเงินของธปท.อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลโดยนำปัจจัยที่เปลี่ยนไปเหล่านี้เข้าไปใส่ในการประเมินอยู่แล้ว แต่จะผลกระทบอย่างไรนั้น ยังต้องรอผลการรายงานก่อน ไม่อยากพูดไปก่อน เข้าใจว่าภายในวันที่ 27 เม.ย.หรือ 30 เม.ย.นี้คงได้รับรายงานเรื่องเหล่านี้ และสามารถนำผลการประเมินนี้เข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ทีเดียว เพื่อจะได้พิจารณาตัดสินดอกเบี้ยนโยบายต่อไป
“ส่วนผลจากภาคส่งออกโตติดลบจนทำให้เกิดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาสแรกปีนี้ จะมีผลเชื่อมโยงมากระทบค่าเงินบาทอย่างไรหรือไม่นั้น ตอนนี้มองว่าคงไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะช่วงนี้การฟื้นตัวของการผลิตก็กำลังฟื้นอยู่ คนที่กระทบจากน้ำท่วมก็ต้องซ่อมแซม นำเข้าครื่องจักร คงต้องมีการนำเข้าเพิ่ม เป็นธรรมดา ซึ่งการส่งออกไตรมาสแรกปีนี้ที่ติดลบ น่าจะเป็นผลมาจากมีปัญหาน้ำท่วมด้วย ทำให้เชื่อมโยงมาทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ 1% กว่าๆ แต่ไม่น่ากลัวอะไร เพราะเราจำเป็นต้องนำเข้าเพิ่มขึ้น เพื่อมาผลิตและฟื้นฟูหลังน้ำท่วม แถมช่วงนี้ยังมีการนำเข้าทองคำมากขึ้นด้วย ทำส่งออกติดลบ แต่ส่งออกน่าจะกลับมาดีขึ้นได้ในช่วงกลางปีหรือไตรมาส 3นี้” นายประสารกล่าว
นายประสาร กล่าวว่า สำหรับมาตรการภาครัฐที่ลดหย่อนภาษีให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าเครื่องจักรมาปรับปรุงฟื้นฟูการผลิตจะยิ่งกระทบทำให้มีการนำเข้าเพิ่มมาก ทำให้ส่งออกและดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบต่อเนื่องไปอีกหรือไม่นั้น การลดหน่อยภาษีให้ผู้ประกอบการน่าจะเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิต ที่เป็นการช่วยเหลือตามความจำเป็นในช่วงที่มีการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ทำให้จำเป็นต้องนำเข้ามาก แต่เมื่อผ่านจุดนี้ไปสถานการณ์น่จะดีขึ้น ดูจากข้อมูลคาดการณ์ของธปท.แล้ว หากมีการฟื้นฟูเต็มที่แล้ว ก็น่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออกได้ และทำให้การส่งออกกลับมาดีขึ้นได้ในระยต่อไป เพราส่งออกช่วงนี้เราก็รับรู้อยู่แล้วว่าคงขยายตัวได้ไม่มาก เพราะคำสั่งซื้อจากต่างประเทศยังไม่จะไม่ดีนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกก็มีแนวโน้มชะลออยู่ แต่ก้ไม่ได้น่าห่วงนักว่าจะทำให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง เพราะยังมีเวลาอีกมากและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยก็ยังมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับที่ดี
ด้านนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า การประเมินผลกระทบเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจของธปท.ครั้งนี้ จะมีการนำปัจจัยการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง 300 บาท ค่าสารณูปโภค อาทิ ค่าไฟ ค่ารถ รวมทั้งการขยายตัวติดลบของภาคการส่งออกมาประเมินด้วย ว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้รายงานในการประชุมกนง.ครั้งนี้ด้วย ซึ่งยอมรับว่าปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้น่าจะมีผลทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น







