
จงให้เงินเป็นเพื่อน
โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์
โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์
“เฮ้อ กลุ้มจังว่ะ ที่บ้านมีรถ 5 คัน ขณะที่มีคนแค่ 4 คน ทำให้วันๆ ต้องมาคิดว่าจะต้องเอารถคันไหนมาขับเพื่อจะได้ใช้กระจายการใช้รถอย่างทั่วถึง ไหนเสาร์อาทิตย์ก็ต้องเสียเวลาเป็นวันล้างรถอีก” เพื่อนผมบ่นอย่างเซ็งๆ เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ผมได้นึกถึงข่าว เศรษฐีที่ถูกทำร้ายโดยโจรที่ต้องการพระสมเด็จเลี่ยมทองมูลค่าหลักล้านบาท หรืออย่างเมื่อวานที่ผมต้องนั่งเฝ้าสุนัขที่บ้านไม่ให้มันออกไปวิ่งข้างนอก ทำให้ต้องกลับมานั่งคิดว่า จริงๆ แล้ว หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่เราคิดว่าเราเป็นเจ้าของ เป็นเจ้านาย นั้นจริงหรือ อย่างเช่นเรื่องรถ ใครเป็นนาย ใครเป็นบ่าว เรื่องพระ เราต้องการให้พระคุ้มครอง หรือเราต้องคุ้มครองพระ หรือเรื่องสุนัข สุนัขควรเฝ้าระวังเรา หรือเราต้องคอยเฝ้าระวังสุนัข
เรื่องเงินก็เช่นกัน เราหลายคนต่างทำงานเพื่อให้ได้เงิน เพื่อว่าเมื่อมีเงินแล้ว ชีวิตจะมั่นคงมีความสุข ซึ่งหมายถึงเราสามารถใช้เงินเพื่อซื้อสิ่งจำเป็นและความสะดวกสบายต่างๆ ได้ ซึ่งหากแปลตามความหมายแล้ว เราหาเงินเพื่อที่เราจะเป็นนายของเงินให้เงินนำความสุข ความมั่นคงให้เรา แต่หากเราลองถามใจตัวเองจริงๆ ตอนนี้เราเป็นนายของเงิน หรือเงินเป็นนายของเรา ตอนนี้เราต้องทำงานหาเงินอย่างอาบเหงื่อต่างน้ำ ต้องอดทนต่อแรงกดดันต่างๆ ต้องเสียสละเวลาสำหรับตัวเองหรือครอบครัวเพื่อเงินใช่หรือไม่ และเมื่อมีเงินแล้ว ก็ยังต้องคอยดูแลรักษาเงินไม่ให้ร่อยหรออีกด้วยใช่หรือไม่
ในพระคัมภีร์ไบเบิล มัทธิว 6:24 คำว่า “เงินทอง” ในที่นี่หมายถึงวัตถุนิยมทรัพย์สมบัติในตัวของมันเองไม่ใช่สิ่งเลว แต่มันจะกลายเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายถ้าเราตกเป็นทาสของมัน เทียบ 1 ทธ 6:10 “ด้วยว่าการรักเงินทองนั้นเป็นมูลรากแห่งความชั่วทั้งมวล และเพราะความโลภนี่แหละ จึงทำให้บางคนห่างไกลจากความเชื่อ และตรอมตรมด้วยความทุกข์”
และสิ่งที่ทำให้เงินเป็นนายของเรามากที่สุดก็คือ การก่อหนี้ และมูลเหตุของการก่อหนี้ที่พบบ่อยก็คือ การไม่รู้จักประมาณในการใช้จ่าย หรือการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงของเรานั่นเอง
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เราต้องตกเป็นทาสของเงิน ผมขอนำเอากฎ 7 ประการกับการจัดงบส่วนตัวตามแนวคิดของคริสเตียน ซึ่งดูแล้วมีประโยชน์สามารถช่วยเราในการบริหารจัดการเงินทองของเรา ดังนี้
หนึ่ง เราต้องแยกรายรับส่วนหนึ่งไว้เพื่อถวายพระเจ้า
เป็นการประกาศยอมรับว่า เงินทองเป็นของพระเจ้า ฮักกัย 2.8
เราควรตั้งเป้าหมายไม่ยักยอกฉ้อโกงพระเจ้าและของของผู้ใด มาลาค 3.8 ยอห์น 12.6
สอง เราต้องแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายให้แก่รัฐบาล (ภาษี)
เป็นการประกาศการเป็นพลเมือง โดยการเสียภาษีและไม่ค้าขายของหนีภาษี มัทธิว 22.21
เราพยายามไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น 2 ธส 3.8 ตั้งใจหางานทำอาชีพสุจริตที่พระเจ้ายอมรับเท่านั้น ยอห์น 2.1516 อสค 22.12
สาม เราต้องจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อความจำเป็นของครอบครัว
เป็นการประกาศความรับผิดชอบต่อครัวเรือน 1 ทธ 5.8 อย่าสร้างนิสัยเป็นคนเห็นเงิน โลภอย่างได้ อยากมี ฮร 13.5
สี่ เราต้องตัดรายรับส่วนหนึ่งเพื่อหนี้สิน
เราไม่ควรกู้หนี้ยืมสิน เพราะทำให้เราตกเป็นทาส สุภาษิต 22.7
เราต้องรีบชดใช้ ชำระหนี้สินให้หมดโดยเร็วที่สุด สดุดี 37.21
ห้า เราต้องจัดเตรียมส่วนหนึ่งเพื่อตอบสนองความจำเป็นของผู้อื่น
เป็นการประกาศ/สำแดงความรัก และถวายเกียรติ 2 คร 11.7
เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ผู้มีปัญหา โรม 15.26
หก เราต้องสำรองทุนส่วนหนึ่งของรายได้ของเราไว้เป็นทุนสำหรับฉุกเฉินของชีวิต
เป็นการประกาศความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน สภษ 6.69 เช่น ยามเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เรียนต่อ เพื่อที่อยู่อาศัย
เจ็ด หากยังมีเงินเหลืออยู่ เราก็อาจจะใช้เพื่อเป็นรางวัลชีวิต
เป็นการประกาศการเฉลิมฉลอง ด้วยความขอบคุณพระเจ้า เอสรา 7.18
สรุป ให้เราตั้งเป้าว่า ไม่ว่าจะมีมากหรือมีน้อย อย่าง ลก 21.4 และหากไม่มีจริงๆ จงเป็นคนสัตย์ซื่อในเรื่องเงินและหน้าที่ความรับผิดชอบของตน กจ 3.6 เพราะถ้าเราสัตย์ซื่อในการจัดการเรื่องเงินทอง เราจะได้รับการไว้วางใจจากพระเจ้าและผู้อื่น มธ 25.21 และข้อ 23, 29 จงเป็นคนมีชื่อเสียงดี โดยเฉพาะเรื่องเงินทอง สภษ 22.1
จงตั้งมาตรฐานขั้นต่ำไว้ว่า
จะสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าในเรื่องเงิน เวลา
ตั้งเป้าว่าจะจัดการกับระแบบการเงินใหม่อย่างถูกต้อง จะไม่พยายามกู้หนี้ยืมสินมาอีก โรม 13 m
หมายเหตุ : ผมต้องขอประทานโทษท่านเจ้าของบทความที่ผมได้นำมากล่าวอ้างในที่นี้โดยไม่ได้เอ่ยนาม เนื่องจากจำไม่ได้จริงๆ ว่า บทความนี้ได้มาจากที่ไหน







