
ขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศในเออีซีสิงคโปร์...(ตอน 5)
โดย...นคร สังขรัตน์
โดย...นคร สังขรัตน์
ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศใน AEC “สิงคโปร์ ตอน 5”“Information is Power” หรือ “สารสนเทศ คือ อำนาจ” เป็นวรรคทองที่เรามักได้ยินบ่อยครั้งตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค Globalization เวอร์ชัน 3.0 ที่อำนาจไม่ได้มาจากปากกระบอกปืนเรือกลไฟดังเช่นยุคล่าอาณานิคมที่ต้องการแสวงหาทองคำ ทรัพยากรธรรมชาติในช่วง ค.ศ. 1800 (Globalization เวอร์ชัน 1.0) หรือมาจากอำนาจเงินทุนจากบรรษัทข้ามชาติที่แสวงหาตลาดและแรงงานราคาถูกในช่วงปี 1900 (Globalization เวอร์ชัน 2.0) แต่มาจากพลังแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนพัฒนาการทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ของโลก รวมถึงภูมิภาคอาเซียนตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา
สิงคโปร์เข้าใจพลังอำนาจของสารสนเทศเป็นอย่างดี จึงกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ตั้งแต่ปี 1991 เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ในการรักษาอำนาจอธิปไตยยุคโลกาภิวัตน์ 3.0
นโยบายทางด้านไอซีทีของสิงคโปร์เริ่มจากการกำหนดยุทธศาสตร์ “การสร้างเกาะอัจฉริยะ (IT 2000)” สู่ “การสร้างชาติอัจฉริยะ (iN 2015)” โดยรัฐบาลสิงคโปร์ภายใต้การนำของพรรคกิจประชาชน ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ 5 ด้าน คือ การเป็นรัฐที่ส่งเสริมประชาธิปไตย การเป็นประเทศศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแบบเสรีที่รองรับด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ การสร้างความเท่าเทียมในสังคมพหุวัฒนธรรม การเป็นรัฐที่สร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ และการเป็นรัฐธรรมาภิบาล
แผนยุทธศาสตร์ IT 2000 มีเป้าหมายพัฒนาสิงคโปร์ให้เป็นศูนย์กลางระดับโลกทั้งด้านศูนย์กลางธุรกิจ บริการ และการขนส่ง รวมถึงเป็นแหล่งดำเนินธุรกิจระดับโลก โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงคุณภาพชีวิตชาวสิงคโปร์โดยนำไอทีมาใช้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและความรวดเร็ว เพื่อให้ชาวสิงคโปร์มีเวลาพักผ่อนหย่อนใจ มีเวลาให้ครอบครัวและกิจกรรมทางสังคม การส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยพัฒนาการบริการและการผลิตด้านไอที การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ และพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ เกี่ยวกับธุรกิจ การส่งเสริมศักยภาพบุคคลโดยใช้ไอทีพัฒนาทักษะต่างๆ
ต่อมาสิงคโปร์ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ iN 2015 ที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขึ้นในปี 2005 โดยกำหนดแผน 10 ปี (2006 – 2015) มียุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ การดำเนินยุทธศาสตร์แบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคด้านไอซีทีที่เป็นเลิศ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจที่อาศัยไอทีขับเคลื่อนและเพื่อให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์สามารถเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา ปัจจุบันสิงคโปร์มีอัตราถือครองเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 เครื่องต่อครัวเรือนอยู่ที่ 84% และตั้งเป้าเพิ่มอัตราถือครองคอมพิวเตอร์ในครัวเรือนที่มีบุตรหลานวัยเรียนเป็น 100% ในปี 2015
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไอซีที ซึ่งในปัจจุบันมีรายได้ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สิงคโปร์ตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่งของโลกในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจและสังคม และตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมไอซีทีเป็นมูลค่า 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มรายได้จากส่งออกเป็น 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2015
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้มีมาตรฐานในระดับโลก ผ่านกลไกการให้ทุน การศึกษา การฝึกงาน และโครงการแลกเปลี่ยนต่างๆ มีเป้าหมายคือ สร้างงานเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมไอซีที จำนวน 8 หมื่นอัตรา ในปี 2015
ยุทธศาสตร์ “การสร้างเกาะอัจฉริยะ” สู่ “การสร้างชาติอัจฉริยะ” สำเร็จด้วยดี เนื่องจากสถาบันการจัดอันดับระหว่างประเทศต่างยกย่องให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านไอทีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เช่น มหาวิทยาลัยวาเซดะแห่งญี่ปุ่น ได้จัดอันดับให้สิงคโปร์เป็นอันดับ 1 ของโลก 4 ปีซ้อน (2009–2012) สภาเศรษฐกิจโลก จัดอันดับด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อเครือข่ายของสิงคโปร์เป็นอันดับ 2 ของโลก 2 ปีซ้อน (2011–2012) และ ยูเอ็น จัดอันดับให้สิงคโปร์มีดัชนีการมีส่วนร่วมทางอิเล็กทรอนิกส์อันดับ 2 ของโลก อีกทั้งบริษัท Strategic Analytics ยังสำรวจพบว่า สิงคโปร์มีครัวเรือนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถึง 88% เป็นอันดับ 2 ของโลก
เคยมีคำกล่าวว่า “He who controls the spice, controls the universe (ประเทศไหนควบคุมเครื่องเทศ ประเทศนั้นจักควบคุมจักรวาล)” แต่สิงคโปร์มาถึงยุคที่ว่า “He who controls information, controls the world (ประเทศไหนควบคุมสารสนเทศ ประเทศนั้นจักควบคุมโลก)” เมื่อสิงคโปร์กำลังควบคุมทั้งข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และปัญญา กล่าวได้ว่าสิงคโปร์กำลังแสวงหาอาณานิคมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ผ่าน “การควบคุมสารสนเทศ” นั่นเอง...แล้วจะเริ่มที่ไหนครับ ถ้าไม่ใช่ “อาเซียน”







