
เร่งคลอดยุทธศาสตร์หนุนซอฟต์แวร์เฉพาะ
ซิปา จี้รัฐสนับสนุนยุทธศาสตร์บุคลากรไอทีพัฒนาตลาดเฉพาะทาง‘ซอฟต์แวร์ รีจินัล นิช เพลเยอร์’ สู้เวียดนาม เตรียมพร้อมรับเออีซี
ซิปา จี้รัฐสนับสนุนยุทธศาสตร์บุคลากรไอทีพัฒนาตลาดเฉพาะทาง‘ซอฟต์แวร์ รีจินัล นิช เพลเยอร์’ สู้เวียดนาม เตรียมพร้อมรับเออีซี
นายเฉลิมพล ปุณโณทก รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิปา เปิดเผยว่า ภาครัฐควรเร่งกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์แวร์ของประเทศไทยเฉพาะทางที่ไปสู่ตลาดผู้เล่นในระดับภูมิภาค หรือ “รีจินัล นิช เพลเยอร์” โดยสนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยที่มีความชำนาญในด้านนั้นๆ อาทิ ซอฟต์แวร์การท่องเที่ยว การเงิน การบริหารจัดการ ฯลฯ เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทยมีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมตลาดส่งออกซอฟต์ แวร์ในอาเซียน หรือไปสู่การแข่งขันในระดับโลก ตามทิศทางเดียวกับประเทศอิสราเอล หรือบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย โดยกระทรวงไอซีทีจะต้องทำมาตรฐานด้านบุคลากรไอที ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในอุตสาห กรรมซอฟต์แวร์ตลาดอาเซียนในอนาคตด้วย
ปัจจุบันพบว่าคู่แข่งด้านตลาดซอฟต์แวร์ที่สำคัญของไทยในตลาดอาเซียน คือ เวียดนาม ที่ได้พัฒนาทักษะบุคลากรไอทีเพื่อทำตลาดเฉพาะทางเพื่อเจาะตลาดญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้แล้ว อาทิ นักไอทีชาวเวียดนามจะมีความรู้ทางด้านภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม เพื่อมุ่งสู่การรับจ้างพัฒนา (เอาต์ซอร์สซิง) ซอฟต์แวร์จากประเทศดังกล่าวเป็นหลัก
ขณะที่ผลสำรวจมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์ และบริการซอฟต์แวร์ในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ เอนเตอร์ไพรซ์ ซอฟต์แวร์ โมบายล์ แอพพลิเคชัน ซอฟต์แวร์ และบริการซอฟต์แวร์ โดยในปี 2554 มีมูลค่ารวมการผลิต 29,418 ล้านบาท และในปี 2555 คาดว่าอยู่ที่ 34,481 ล้านบาท หรือเติบโต 17.2% ในปีนี้ ส่วนกลุ่มซอฟต์แวร์ระบบฝังตัว (เอ็มเบดเด็ด ซิสเต็ม ซอฟต์แวร์) ในปีก่อนมีมูลค่าตลาดการผลิต 4,315 ล้านบาท และในปีนี้ราว 6,507 ล้านบาท เติบโต 48.3%
สำหรับมูลค่าการส่งออกของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ 3,423 ล้านบาท โดยสัดส่วนกว่า 40% มาจากตลาดเอ็มเบดเด็ด ซอฟต์ แวร์ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจในอนาคต โดยตลาดซอฟต์แวร์องค์กร (เอนเตอร์ไพรซ์ ซอฟต์แวร์) มีมูลค่าการผลิตรวม 17,865 ล้านบาทแบ่งสัดส่วนที่มีการใช้งานออกเป็นสาขาดังนี้ ภาคการเงิน 41%, ภาครัฐ 26%, การศึกษา 6%, พลังงาน 2%, ขนส่ง 2%, รักษาพยาบาล4%, อาหาร 3%, ยานยนต์ 7%, ค้าปลีก 3%, อัญมณี 1%, โทรคมนาคม 2% และอื่นๆ 3%
ปัจจัยบวกที่มีผลต่ออุตสาห กรรมซอฟต์แวร์ไทยในปี 2555 อาทิ เศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมกับภาคองค์กร ส่งผลให้อุตสาห กรรมซอฟต์แวร์เติบโตขึ้นตามไปด้วยจากการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ(สศช.)คาดการณ์จีดีพีประเทศไทยปีนี้อยู่ที่ 5.6% คาดส่งผลให้อุตฯซอฟต์แวร์เติบโตมากกว่านี้, การลงทุนในซอตฟ์แวร์ สาขาบริการต่างๆที่เพิ่มขึ้น อาทิ ภาคการเงินการธนาคาร, โทรคมนาคม โครงข่าย3จี, อุปกรณ์สื่อสาร สมาร์ท ดีไวซ์ เป็นต้น รวมถึงความต้องการของตลาดในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นด้วย







