
กกพ.อนุมัติขึ้นค่าเอฟทีอีก 30 สต./หน่วย
มติกกพ. อนุมัติขึ้นค่าเอฟที รอบ พ.ค.-ส.ค. อีก 30 สต./หน่วย ขณะที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าทุบสถิติอีกครั้ง
มติกกพ. อนุมัติขึ้นค่าเอฟที รอบ พ.ค.-ส.ค. อีก 30 สต./หน่วย ขณะที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าทุบสถิติอีกครั้ง
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)รอบเดือนพ.ค.-ส.ค. 2555 ว่า ที่ประชุมอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าเอฟที 30 สต./หน่วย เพื่อให้สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บตั้งแต่เดือนพ.ค.จะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย7-8% จากปัจจุบันที่อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.23 บาท/หน่วย
การปรับขึ้นค่าเอฟทีในอัตราดังกล่าวยังเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าการคำนวณของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่แจ้งไว้ ซึ่งต้องปรับขึ้นค่าเอฟที 57.45สต./หน่วย โดยอยู่บนพื้นฐานของต้นทุนค่าผลิตไฟฟ้า 38.40 สต./หน่วย ค่าเชื้อเพลิงและค่ารับซื้อไฟฟ้าเดิมที่กฟผ.รับภาระอยู่ก่อนแล้ว 19.05 หน่วย
ทั้งนี้สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าเอฟทีปรับสูงขึ้น เนื่องจากการคำนวณตัวเลขต้องใช้ข้อมูลพื้นฐานย้อนหลัง4เดือน คือ ม.ค.-เม.ย. ซึ่งพบว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ภาคการผลิตเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว มีการผลิตสินค้ากันมากขึ้น นอกจากนี้สภาพอากาศที่ร้อนสูงผิดปกติ ส่งผลให้การใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น และราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าก็ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ราคาอยู่ที่ 301.28 บาท/ล้านบีทียู ปรับเพิ่มขึ้น8.63 บาท/ล้านบีทียูจาก294 บาท/ล้านบีทียู
“ค่าเอฟทีงวดนี้จำเป็นต้องปรับขึ้นเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น ซึ่งพยายามบริหารให้ปรับขึ้นน้อยที่สุด โดยขอให้กฟผ. เข้ามาช่วยรับภาระเอฟทีไปก่อน 19.05 สต./หน่วย หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 1.02 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันก็ใช้เงินเรียกคืนจากการลงทุนของ3 การไฟฟ้าจำนวน 3,100 ล้านบาท มาบรรเทาต้นทุนค่าเอฟทีด้วย แต่ถ้าเป็นไปได้ค่าเอฟทีงวดหน้าหากมีแนวโน้มลดลงก็อาจทยอยคืนเงินให้กฟผ.งวดละ 5 สต./หน่วยจนครบในสิ้นปี 2556”นายดิเรกกล่าว
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงานกล่าวว่า ทางเรคกูเลเตอร์ได้มาหารือเรื่องค่าเอฟทีแล้ว ต้องยอมรับว่าค่าไฟฟ้าได้ตรึงไว้มานาน ซึ่งกฟผ.ต้องแบกรับภาระนับหมื่นล้านบาทซึ่งหลักการของกระทรวงพลังงานต้องการให้ราคาสะท้อนกลไกต้นทุนที่แท้จริง
ด้าน นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 เม.ย.) เวลา 14.30 น. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) ได้พุ่งสูงสุดถึง25,682 เมกะวัตต์ ทำลายสถิติเดิมวานนี้ (24 เมษายน 2555) ที่ 25,551 เมกะวัตต์ จากสาเหตุสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยมีอุณหภูมิสูงถึง 38.4 องศาเซลเซียส จึงขอความร่วมมือประชาชน ในการลดใช้พลังงาน







