
แนวโน้มราคาแอลพีจีเริ่มลง
สบพ.ประเมินราคาแอลพีจีโลกชะลอตัว ช่วยลดภาระเงินกองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยนำเข้าเหลือเดือนละ 2,000-3,000 ล้านบาท
สบพ.ประเมินราคาแอลพีจีโลกชะลอตัว ช่วยลดภาระเงินกองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยนำเข้าเหลือเดือนละ 2,000-3,000 ล้านบาท
นายชายน้อย เผื่อนโกสุม รักษาการกรรมการผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกองทุนพลังงาน (สบพ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตลาดโลกเริ่มปรับลดลงมาอยู่ที่ 900 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากก่อนหน้าอยู่ที่ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่งผลให้การใช้เงินกองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงจ่ายชดเชยนำเข้าเริ่มลดลงไปบ้าง จากเดิมใช้เดือนละ 3,000-4,000 ล้านบาท เหลือ 2,000-3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ แนวโน้มดีถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะจะทำให้ภาระรายจ่ายของกองทุนน้ำมันฯ ลดลงไป แม้จะไม่มาก ประกอบกับขณะนี้กองทุนน้ำมันฯ ก็เริ่มมีเงินไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง โดยตัวเลขวันที่ 22 เม.ย. มีรายได้ค้างรับรวม 1,501 ล้านบาท
ในส่วนแผนกู้เงินเพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ ยังอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันการเงิน หาข้อสรุปเรื่องดอกเบี้ยและระยะเวลาชำระเงินกู้ แต่ล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ ได้กู้เงินไปแล้วในส่วนของก้อนแรก 6,530 ล้านบาท จากวงเงินที่ขอไว้ 1 หมื่นล้านบาท
“ราคาแอลพีจีตลาดโลกเริ่มลดลงมาเป็นเรื่องที่ดีและน่าจะเริ่มลดลงมาอีก ซึ่งช่วงที่แอลพีจีเคยสูงไปถึง 1,200 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพราะญี่ปุ่นมีความต้องการแอลพีจีและสภาพอากาศที่หนาวในหลายประเทศ ทำให้มีความต้องการในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อฤดูหนาวเริ่มคลายลง ความต้องการใช้ก็ลดลงไป” นายชายน้อย กล่าว
ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันฯ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ยังติดลบอยู่ 2.39 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือน ก.พ. 5,297 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงิน ชดเชยแอลพีจีนำเข้าจากต่างประเทศที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก และปริมาณการนำเข้าแอลพีจีในเดือน มี.ค.สูงขึ้น รวมทั้งการที่กองทุนฯ ยังมีภาระชดเชยราคาสำหรับพลังงานอื่นๆ เป็นรายวัน สูงกว่าการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนฯ โดยภาระการชดเชยแอลพีจีที่เริ่มลดลงจะส่งสัญญาณเห็นได้ชัดในเดือน พ.ค.เป็นต้นไป







