
จังหวัดใดปลอดภัย ได้งบประมาณเพิ่ม
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ชง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ความปลอดภัยท้องถิ่นมาคิดเคพีไอ จัดสรรงบประมาณประจำปี
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ชง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ความปลอดภัยท้องถิ่นมาคิดเคพีไอ จัดสรรงบประมาณประจำปี
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาใช้ค่าเคพีไอ หรือดัชนีชี้วัดผลดำเนินงาน ด้านป้องกันและปราบปรามการรักษาความปลอดภัยของท้องถิ่น เพื่อเป็นตัวชี้วัดจัดสรรงบประมาณประจำปีให้กับจังหวัด เพื่อให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้หารือในเบื้องต้นกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ถึงแนวทางดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่าหากประกาศใช้จริงจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดูแลและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในระยะยาว รวมถึงสร้างจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยได้
“ปัญหาหลอกลวงนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่สามารถแก้ไขได้เพียงลำพังต้องร่วมมือกันทุกหน่วยงาน” เพราะกระทรวงได้ทำหน้าที่เชื้อเชิญนักท่องเที่ยวมา ถ้าคนในท้องถิ่นไม่ช่วยดูแลเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น จึงไม่แฟร์ที่จะให้รัฐบาลส่วนกลางเป็นผู้ตามแก้ไขปัญหา คนในท้องถิ่นจำเป็นต้องร่วมมือด้วย”นายสุวัตร กล่าว
อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวควรใช้นำร่องที่ จ.ภูเก็ต และเทศบาลเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากทั้งสองพื้นที่เป็นแหล่งที่ถูกร้องเรียนว่า เกิดปัญหาการหลอกลวงนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดยกระทรวงจะเร่งผลักดันให้แนวคิดดังกล่าวได้รับพิจารณา พร้อมนำมาใช้ในปีงบประมาณหน้า
นอกจากนี้ ได้เตรียมจัดโครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการร้านค้าจิวเวลรี แท็กซี่ และผู้ให้บริการเจ็ตสกี ให้มีส่วนรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อตรง รวมถึงร่วมจัดอันดับมาตรฐานให้กับผู้บริการ ใน 3 กลุ่ม โดยกระทรวงจะจัดระดับดาวให้กับผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้า โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีร้านจิวเวลรีให้ความร่วมมือเข้าโครงการประมาณ 100 ร้านค้า
สำหรับความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรม มัคคุเทศก์ (ไกด์) ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท/วัน นั้นอยู่ระหว่างการจัดเก็บข้อมูล การร้องเรียนความเดือนร้อนที่ผู้ประกอบการได้รับ เพื่อให้มีข้อมูลถึงผลกระทบที่แท้จริง ว่านโยบายดังกล่าวกระทบต่อส่วนใดบ้าง เบื้องต้นกระทรวงการคลังได้เตรียมเสนอออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้ว







