
บอร์ดทีโอทีเต้น3จีขาดทุนยับ
หากปล่อยแบบนี้ขาดทุนหมื่นล้าน สั่งฝ่ายบริหารปรับแผนธุรกิจใหม่
หากปล่อยแบบนี้ขาดทุนหมื่นล้าน สั่งฝ่ายบริหารปรับแผนธุรกิจใหม่
บอร์ดทีโอทีหวั่นขาดทุนหมื่นล้านบาท สั่งโละแผนธุรกิจ 3จีทีโอที หลังรายได้ 4 เดือนพลาดเป้า
นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ หรือบอร์ด บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา มีมติให้ปรับแผนธุรกิจบริการ 3จี ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการเปิดให้เอกชนทำตลาดในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ หลังการดำเนินงานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 10% ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าแผนที่ทีโอทีดำเนินงานอยู่ในขณะนี้ไม่เป็นที่สนใจ
ทั้งนี้ หากทีโอทีไม่เร่งดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับ 3จี ในขณะนี้จะทำให้รายได้ของบริการ 3จี ไม่เป็นไปตามเป้าอย่างต่อเนื่อง และจะส่งผลระยะยาว โดยคาดว่าจะทำให้กำไรสุทธิติดลบอย่างต่อเนื่องในปี 2557-2560 ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ขึ้นอยู่กับประมาณการรายได้ที่ลดลง 30-70% ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบทางการเงินในภาพรวมของทีโอที หากการดำเนินงานยังเป็นแบบนี้จะไม่สามารถชำระหนี้ได้
“เรื่อง 3จีทีโอที ถ้าพลาดไม่ได้พลาดเฉพาะเรื่อง 3จี แต่เป็นเรื่องของต้นทุนแล้วส่งผลกับทั้งองค์กร ซึ่งฝ่ายบริหารได้ขอเบิกงบประมาณจากส่วนกลาง เพื่อจ่ายหนี้เกี่ยวกับการลงทุน 3จี ให้กับธนาคารไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท แต่จะเห็นว่าไม่มีรายได้จาก 3จี เข้ามา จึงต้องปรับแผนการดำเนินงานใหม่” นายพันธ์เทพ กล่าว
ปัจจุบันรายได้ของบริการ 3จีทีโอที ไม่พอรองรับค่าใช้จ่ายเดือน พ.ค. โดยขาดอีก 17.48 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่ตั้งไว้ 117.25 ล้านบาท (ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.) และเป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่าทีโอทีไม่สามารถขายซิมการ์ดได้ตามเป้า โดยมีลูกค้าเพียง 2 แสนกว่าเลขหมายเท่านั้น
สำหรับเป้าหมายของประมาณการรายได้บริการ 3จีทีโอที ปี 2555 ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2,586 ล้านบาท แต่คาดว่าจะทำได้เพียง 718.24 ล้านบาท คิดเป็นรายได้เพียง 30% ตามเป้าที่ตั้งไว้ และปี 2556 ประมาณการรายได้ไว้ที่ 7,417 ล้านบาท หากทำได้ 30% จะมีรายได้อยู่ที่ 2,060 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ารายได้จะไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในปี 2556 แน่นอน
นายพันธ์เทพ กล่าวว่า สิ่งที่ฝ่ายบริหารต้องเร่งทำคือ รูปแบบการให้บริการเอ็มวีเอ็นโอที่ไม่สอดคล้องกับการแข่งขันจากข้อกำหนดของทีโอทีเอง ซึ่งผลได้สะท้อนแล้วว่าการทำตลาดเอ็มวีเอ็นโอไม่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นหากไม่เร่งดำเนินการใดๆ ทีโอทีจะประสบปัญหามากกว่านี้
นอกจากนี้ โมเดลธุรกิจที่บอร์ดต้องการเห็นคือ วีเอ็นโอ (Virtual Network Operator) หรือการเปิดหาพันธมิตรเอกชนให้เข้ามาช่วยทำการตลาดในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน เพื่อให้ทีโอทีสามารถสร้างรายได้มากขึ้น จากการที่เปิดให้เอกชนเข้ามาช่วยในเรื่องช่องทางการขายบริการต่างๆ ของทีโอทีที่มีอยู่ถือเป็นการแก้จุดอ่อนที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมกับรายได้สัมปทานที่ใกล้จะสิ้นสุด







