
ออมสินหัวคะมำกำไรหด4พันล้าน
สคร.จับตาเล่นสกปรกถ่วงปล่อยกู้ กรุงไทยพุงปลิ้นกำไรพุ่ง1,000%
สคร.จับตาเล่นสกปรกถ่วงปล่อยกู้ กรุงไทยพุงปลิ้นกำไรพุ่ง1,000%
ออมสินกำไรไตรมาสแรกวูบ 4,000 ล้านบาท ด้าน สคร.เร่งจี้ฟื้นผลดำเนินงาน หลังปัญหาขัดแย้งภายในทำสินเชื่อสะดุด
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงผลดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า ธนาคารมีกำไรประมาณ 2,000 ล้านบาท ลดลง 4,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกปี 2554 ที่มีกำไร 6,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากธนาคารต้องตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานบำนาญที่มีอยู่กว่า 6,000 คน ตามมาตรฐานบัญชี IAS19 รวมเป็นเงินกว่า 2,400 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 800 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการตั้งสำรองลูกหนี้ที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ ในโครงการบรรเทาผลกระทบผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่มาลงทะเบียนไว้ในช่วงปลายปี 2554 ซึ่งลูกหนี้กลุ่มนี้เมื่อครบ 3 เดือน ก็จะถูกจัดชั้นเป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองให้ครบ 100%
“ยอดสินเชื่อไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5-6 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดเงินฝากอยู่ที่ 1.59 ล้านล้านบาท ซึ่งสภาพคล่องโดยรวมถือว่ายังไม่ล้น เพราะในเดือน เม.ย. เริ่มมีเงินฝากไหลออกบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารยังไม่มีแผนออกโปรดักต์แชมปียนเงินฝากตัวใหม่ๆ มากนัก” นายเลอศักดิ์ กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. จับตาเรื่องผลดำเนินงานธนาคารออมสินที่มีอัตราการทำกำไรลดลง เนื่องจากปัญหาเรื่องความขัดแย้งภายในองค์กร ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนระบบ ระเบียบ การอนุมัติสินเชื่อ ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมามีการชะลอการอนุมัติสินเชื่ออย่างเห็นได้ชัด ส่งผลกระทบต่อผลดำเนินงานและลูกค้าที่ถูกปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อจำนวนมาก
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2555 ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนกันสำรองและภาษีเงินได้จำนวน 9,874 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,144.7% จากไตรมาส 4/2554 และเพิ่มขึ้น 12.29% จากไตรมาส 1/2554 และมีกำไรสุทธิ 6,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 692% จากไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16.18% จากระยะเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ธนาคารมียอดสินเชื่อ 1,488,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 จำนวน 6.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.57% และมียอดเงินฝาก 1.46 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 175,193 ล้านบาท คิดเป็น 13.63%
ทางด้านอัตรารายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์รวม (NIM) ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 2.73% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 2.84% สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจาก 49.32% เหลือ 48.54% มีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) 64,647 ล้านบาท หรือ 2.19% และในไตรมาสแรกนี้ ธนาคารได้กันสำรอง 1,527 ล้านบาท มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 13.08%







