posttoday
กะเทาะแก่น กฤษดา กวีญาณ

กะเทาะแก่น กฤษดา กวีญาณ

09 มีนาคม 2553

กะเทาะแก่น กฤษดา กวีญาณ  "ซ่อมและ สร้าง กสท โทรคมนาคม"

กะเทาะแก่น กฤษดา กวีญาณ  "ซ่อมและ สร้าง กสท โทรคมนาคม"

 

กะเทาะแก่น กฤษดา กวีญาณ กฤษดา กวีญาณ

ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง กสท โทรคมนาคม  ดูตื่นตัวและมีภาพการทำงานแบบ คิดเร็ว ทำเร็ว แบบปัจจุบัน ผิดไปจากภาพลักษณ์เดิมๆ ที่ผ่านมาที่เน้นการทำงานแบบราชการและเคลื่อนไหวช้า

หนี่งในกลไกสำคัญที่ทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด คือ  กฤษดา กวีญาณ หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่รั้งตำแหน่งกรรมการ  (บอร์ด) โดยได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการบริหาร กสทฯ ในเวลาเดียวกัน  ซึ่งการเป็นบอร์ดที่ดูแลฝ่ายบริหารด้วยนั้น  ทำให้นโยบายที่จากบอร์ดได้รับการผลักดันให้เป็นรูปธรรมรวดเร็วมากขึ้น

“สิ่งสำคัญขณะนี้ คือ กสทฯต้องซ่อมและสร้าง   ซึ่งซ่อม คือ การจัดการเรื่องเก่าๆ ที่ค้างคามาหลายปีให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้เริ่มสร้างธุรกิจใหม่ๆ  ที่ทำรายได้ให้กสทฯ  โดยไม่ต้องพึ่งสัมปทานอย่างที่ผ่านมา” 

เรื่องเก่าๆ ที่ กฤษดา กำลังพูดถึง คือ การซื้อบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์  ที่มีความพยายามมาเกือบครี่งทศวรรษแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ แต่ขณะนี้เหหลือเพียงขั้นตอนรอครม.อนุมัติเท่านั้น และถือเป็นหนี่งในผลงานของบอร์ด กสทฯ การซื้อฮัทช์จะทำให้ กสทฯ มีโครงข่ายซีดีเอ็มเอ อีวีดีโอ  ทั่วประเทศ ที่มีสปีดการให้บริการไม่ต่างจากระบบ 3 จี ที่ทุกคนรอคอย  และถือเป็นแฟลกชิปธุรกิจที่ จะเข้ามาช่วยพลิกฟื้นกสทฯ ให้มีรายได้มากขึ้น

นอกเหนือจากการซื้อฮัทช์แล้ว  ยังมีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วความเร็วสูง หรือ FTTX (Fiber to the X) สำหรับให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่ายสายไฟเบอร์ทั่วประเทศมูลค่า 6,000 ล้านบาท ที่ถือเป็นอีกหนี่งธุรกิจของกสทฯ เพื่อสร้างรายได้ให้กับกสทฯ ในอนาคต ทดแทนรายได้จากโทรทางไกลต่างประเทศที่ลดลงทุกปี และ รายได้จากสัมปทานที่กำลังจะถูกกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ดึงเข้ากระเป๋าโดยตรง 

กฤษดา กล่าวว่า  รายได้ที่ลดลงของโทรทางไกลระหว่างประเทศเนื่องจากมีเทคโนโลยีอย่าง วอยซ์โอเวอร์ไอพีเข้ามาแทนที่และมีราคาถูก รวมถึงการที่รายได้จากสัมปทานจะหายไปล้วนเป็นสัญญาณว่า กสทฯ ต้องรีบปรับตัวและดิ้นรนหารายได้อื่นๆ  ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในองค์กรตระหนักดี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเริ่มที่จะ “ดิ้นรน”  

“ในฐานะที่มีโอกาสเข้ามาเป็นบอร์ด จึงต้องการวางรากและกระตุ้นให้ทุกคนเกิดการทำงานเชิงรุกให้มากที่สุด เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาที่รายได้ที่เคยได้หายไป จะได้ปรับตัวทัน และ มีธุรกิจใหม่ๆ รองรับไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้กสทฯ เดินไปข้างหน้า และเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเองแทนการพึ่งพาสัมปทานที่ผ่านมา”
กฤษดา กล่าวว่า แผนการซ่อมและสร้างของบอร์ด กสทฯ นั้น  จะเปลี่ยนโมแดลรายได้ของกสทฯ  จากเดิมที่มาจากสัมปทาน 60%  เป็นมาจากการดำเนินงานของกสทฯ เอง 60%  ซึ่งหมายความว่า  แม้วันหนึ่รายได้สัมปทานจะหายไปก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่น่ากลัว เพราะถึงวันนั้น กสทฯ ก็แข็งแร็งและพร้อมที่จะหายใจได้เอง โดยไม่ต้องยืมจมูกคู่สัญญาสัมปทานหายใจเหมือนที่โดนปรามาสไว้

   

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท