posttoday
รายได้ดอกเบี้ยไตรมาสแรกหดเหตุแข่งเงินฝาก

รายได้ดอกเบี้ยไตรมาสแรกหดเหตุแข่งเงินฝาก

23 เมษายน 2555

แบงก์รับสภาพส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิหด หลังไตรมาสแรกแข่งระดมเงินฝากรุนแรงรองรับสินเชื่อโตเศรษฐกิจฟื้น

แบงก์รับสภาพส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิหด หลังไตรมาสแรกแข่งระดมเงินฝากรุนแรงรองรับสินเชื่อโตเศรษฐกิจฟื้น

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีนี้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคารมีการปรับตัวลดลงจาก 2.81% ในไตรมาสที่แล้ว มาอยู่ที่ 2.6% โดยเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ ขณะที่รายได้ยังคงมีข้อจำกัดในด้านราคาที่ธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือลูกค้า สืบเนื่องจากปัญหาอุทกภัยในไตรมาสก่อนหน้า ทำให้ไตรมาสนี้ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 647 ล้านบาท หรือ 4.7%

ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกธนาคารมีการระดมเงินฝากเพิ่มขึ้น 5.76 หมื่นล้านล้านบาท หรือ 3.6% จากปีก่อน เป็น 1.64 ล้านล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากภาวะอุทกภัย โดยภาคธุรกิจมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาครัฐเริ่มมีความชัดเจนเรื่องแผนการลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อหมุนเวียนและลงทุนระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีขนาดกลาง

นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารในไตรมาสแรกปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.58% จาก 3.68% ในไตรมาสก่อนหน้า และมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง จากไตรมาสมาสก่อน 109 ล้านบาท หรือ 0.47% ทำให้ผลกำไรของธนาคารในไตรมาสนี้มาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเป็นหลัก

นายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า การแข่งขันด้านดอกเบี้ยเงินฝากในระบบที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารปรับตัวลดลงจาก 3.8 % ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 3.2 % ดังนั้นในปีนี้ธนาคารจะหันมาเน้นการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น เพื่อรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

บริษัทเงินทุนธนชาต โฮลดิ้ง คอมพานี ของธนาคารธนชาต แจ้งว่า ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวลดลงจาก 3 % ในไตรมาสแรกของปีก่อน มาอยู่ที่ 2.4 % ลดลง 20 % โดยเป็นผลต่อเนื่องมาจากภาวะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาและการแข่งขันรุนแรงระดมเงินฝากและบางส่วนเป็นผลกระทบมาจากภาวะน้ำท่วม ทำให้ธนาคารมีต้นทุนการเงินขึ้นมาอยู่ที่ 3.3 % ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก 4.25 % มาอยู่ที่ 4.24 %

ด้านธนาคารไทยพาณิชย์ แม้จะมีส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.15 % จาก 3.14 % ในไตรมาสก่อนหน้า แต่เป็นผลมาจากสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่เติบโต 34.1% และสินเชื่อลูกค้าบุคคลที่เติบโต 23.9% โดยธนาคารมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 4.9 % จาก 9.14 พันล้านบาท เป็น 9.59 พันล้านบาท จากการเพิ่มของฐานเงินฝากซึ่งขยายตัว 10.5 % เพื่อนำมารองรับการเติบโตของสินเชื่อ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์มีการเร่งระดมเงินฝากเพิ่มขึ้น 2.1 แสนล้านบาท เพื่อนำมารองรับการขยายตัวของสินเชื่อโดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ฟื้นตัวจากน้ำท่วม สำหรับไตรมาสที่ 2 มองว่าสภาพคล่องในระบบมีแนวโน้มตึงตัวขึ้นจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเต็มที่ จึงคาดว่าการแข่งขันระดมเงินฝากในกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเป็นไปอย่างรุนแรงต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท