posttoday
141 ธุรกิจเพื่อสังคมผลิตสินค้าเติมเต็มความสุขให้เด็ก

141 ธุรกิจเพื่อสังคมผลิตสินค้าเติมเต็มความสุขให้เด็ก

21 เมษายน 2555

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ธุรกิจเพื่อสังคม แนวคิดการทำธุรกิจในสมัยใหม่ ที่ไม่ได้คิดแต่ผลกำไรเป็นหลัก แต่ยังคงต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อยู่รอบตัวเรา โดยการทำธุรกิจต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกันไป ทำให้ผู้ประกอบการสุขใจที่มีรายได้เลี้ยงชีพ พร้อมๆ ไปกับการ “ให้” กับสังคม

บริษัทเพื่อสังคม 141 จึงถือกำเนิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ดังกล่าว ด้วยความสนใจที่ต้องการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมจากประสบการณ์ด้านการออกแบบที่มีอยู่ และมีเด็กๆ เป็นแรงบันดาลใจ ผลจากการผสมผสานความคิด จึงกำเนิดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านที่ทำจากไม้ ที่ออกแบบมาให้มี “ช่องว่างแห่งการให้” และ “ชิ้นส่วนที่หายไป” ซึ่งจะถูกนำไปแปลงร่างเป็นของเล่นไปบริจาคให้ถึงมือเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสตามโรงเรียนและวัดทั่วประเทศ

กฤติยา และคมกฤช ตระ กูลมิวากร เจ้าของกิจการ 141 กล่าวว่า ธุรกิจเพื่อสังคมเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและมีความแตกต่างจากการทำธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจากการศึกษารายละเอียดต่างๆ แล้วพบว่ามีความน่าสนใจ และตรงกับความต้องการ จึงเริ่มเขียนแผนธุรกิจขึ้นมา มุ่งเน้นเรื่องปัญหาของเด็กเป็นสำคัญ โดยใช้การออกแบบที่มีความชำนาญอยู่แล้วผลิตสินค้าให้ได้มาซึ่งของบริจาคของเด็กควบคู่ไปด้วย

141 ธุรกิจเพื่อสังคมผลิตสินค้าเติมเต็มความสุขให้เด็ก

 

สินค้าที่ผลิตได้ คือ ผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ ทำเป็นลายฉลุ ลวดลายการ์ตูนที่น่ารักสวยงาม โดยให้คำจำกัดความว่า “ช่องว่างแห่งการให้” เพราะลายฉลุดังกล่าวโดยปกติส่วนที่ฉลุออกมาจะเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ แต่เมื่อการออกแบบลายฉลุให้เป็นรูปการ์ตูน จะได้ส่วนที่ฉลุเป็นตัวการ์ตูนไม้หลากหลายรูปแบบ หรือที่เรียกว่า “ชิ้นส่วนที่หายไป” ซึ่งจะนำไปเข้ากระบวนการขัดและลงสี ให้กลายเป็นของเล่นไม้สำหรับเด็ก ที่ไม่เป็นอันตราย ซึ่งของเล่นที่กิดการจากการฉลุลายในสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ จะเป็นส่วนที่นำไปบริจาคให้กับเด็กๆ ทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าแต่ละชิ้น จะมีส่วนในการให้ความสุขกับเด็ก

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านที่ผลิตวางขายแก่ลูกค้าอยู่ในขณะนี้ มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ นาฬิกา ที่กั้นหนังสือ และชั้นวางของ โดยสินค้าแต่ละชิ้นจะได้ของเล่นออกมาประมาณ 10 ตัว หรือมากกว่าแล้วแต่ขนาดของสินค้า ซึ่งสินค้าแต่ละชิ้นเป็นของตกแต่งบ้านที่สามารถใช้ได้ทั่วไป

นอกจากนี้ ยังได้ผลิตของเล่นแฮนด์เมด หรือของเล่น DIY ที่เกิดจากการที่ลูกค้าต้องการจะซื้อของเล่น แต่ทางร้านไม่มีนโยบายที่จะขาย จึงพัฒนาสินค้าของเล่นขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น โดยลักษณะเด่นของของเล่นแฮนด์เมด คือ จะเป็นแผ่นไม้ที่มีลายฉลุเป็นรูปของเล่น แต่ชิ้นส่วนนั้นจะยังไม่ถูกแกะออกมาจากแผ่นไม้ เมื่อลูกค้าซื้อไป เด็กๆ จะมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองในการแกะชิ้นส่วนออกจากแผ่นไม้ ได้ลงมือขัดและลงสี เด็กจะเห็นวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของของเล่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของ และได้มีส่วนร่วมกับการทำของเล่นด้วยตัวเอง ทำให้เด็กจะมีความผูกพันกับของเล่นชิ้นนี้มากกว่าซื้อของเล่นสำเร็จรูปให้ลูกเล่น โดยของเล่นแฮนด์เมดทุกชิ้นที่ลูกค้าซื้อไป เด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสจะได้รับของเล่นอีกชิ้นหนึ่งที่หมือนกันเช่นเดียวกัน

“ราคาขายสินค้า ของเล่น DIY จะอยู่ที่ชิ้นละ 200 บาท นาฬิกา 900 บาท ที่กั้นหนังสือประมาณ 400 บาท ซึ่งพยายามจะขายสินค้าในราคาที่ไม่สูงมาก แต่สินค้าทุกชิ้นที่ลูกค้าเลือกซื้อจะมีส่วนร่วมในการทำบุญอย่างแน่นอน” กฤติยา กล่าว

สำหรับช่องทางการจำ หน่าย พยายามที่จะตัดสิ่งที่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดออกให้หมด โดยเน้นการขายตรงด้วยตัวเอง และเลือกช่องทางโซเชียล มีเดีย กระจายข่าวสารและให้ลูกค้ารับทราบ รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานที่สนับสนุนไปออกบูธที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น ซึ่งจากการเปิดตัวสินค้ามาได้ประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี รวมถึงยังได้ลูกค้าที่บอกกันปากต่อปาก ทำให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ด้านการบริจาคของเล่น ทางร้านจะทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคสังคม เพื่อหาข้อมูลของสถานที่ โรงเรียน หรือวัด ที่คิดว่ามีความเหมาะสมและต้องการของบริจาค เน้นกลุ่มเด็กอายุ 37 ขวบ โดยเบื้องต้นจะมีการศึกษาโครงสร้างการดูแลโรงเรียนแต่ละแห่ง และจะทำงานร่วมกับครูพี่เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบข้อมูลจำนวนเด็ก และจำนวนของเล่นที่ต้องการ รวมทั้งจะมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะดูผลและนำมาปรับปรุงของเล่นให้ตรงกับความต้องการของเด็ก โดยจะพยายามไปบริจาคของเล่นให้ได้ 2030 ศูนย์ต่อปี จากศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีอยู่จำนวน 2 หมื่นศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งการบริจาคของจะมีรายชื่อของลูกค้าทุกคนติดไปด้วย และหลังจากนี้จะมีการทำบัญชีรายชื่อลูกค้าขึ้นมาและจะส่งข้อความถึงลูกค้าทุกครั้งที่ของเล่นที่ลูกค้ามีส่วนให้ไปถึงมือของน้องๆ แล้ว

จะเห็นได้ว่าสินค้าทุกชิ้นที่ลูกค้าซื้อไปได้มีส่วนในการให้แก่สังคมทุกชิ้นไม่มากก็น้อย อย่างน้อยก็เป็นการส่งความสุขอย่างหนึ่งให้กับเด็กๆ ที่ขาดแคลนของเล่น

“เป้าหมายของธุรกิจจะค่อยๆ เจริญเติบโต และพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยจะเติบโตอย่างเลี้ยงตัวเองได้จากการขายสินค้า และมีความสุขกับการให้ควบคู่กันไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในระยะแรกพร้อมที่จะปรับตัว ปรับเปลี่ยน และจะไม่พยายามยัดเยียดสิ่งที่ไม่ใช่เข้ามาในการทำธุรกิจของเรา” กฤติยา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท