
ผู้ร้ายตัวจริง
โดย...สปาย008
โดย...สปาย008
สิบกว่าปีที่ธนาคารพาณิชย์ไทย มีระบบศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ต้องให้เครดิตว่า ระบบที่ตั้งขึ้นมานี้มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และทำให้หนี้เน่าของธนาคารพาณิชย์ลดลงไปมาก
การนำเอาหลักทรัพย์ค้ำประกันเดียวไปเวียนเทียนกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ลดลง เพราะเจ้าหนี้มองเห็นประวัติการชำระเงินของลูกหนี้ทั้งหมด รวมถึงการจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ ยังไม่ขยายไปถึงการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ
และในข้อเท็จจริง หลายธนาคารใช้เครดิตบูโรเป็นไม้กันหมา เวลามีคนมาเบ่งขอกู้เงิน โดยเฉพาะนักการเมือง หรือนักธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์กับการเมือง แบงก์ก็จะยึดข้อมูลของเครดิตบูโร ปฏิเสธการให้กู้อย่างสุภาพ โดยยกเหตุผลว่า หากให้กู้มีความเสี่ยงสูง ถ้าถูกแบงก์ชาติตรวจสอบ ก็จะโดนลงโทษ
ฉะนั้น ยามนี้นักการเมืองและผู้ทรงอิทธิพลทั้งหลายจึงเกลียดเครดิตบูโรมากมาย เพราะเป็นตัวสกัดไม่ให้กู้เงินได้ง่ายๆ ดังนั้น ผู้ทรงอิทธิพลเหล่านี้ก็ต้องย้ายไปกู้เงินกับธนาคารรัฐ ที่เครดิตบูโรเอื้อมข้อมูลไปถึง แต่การ พิจารณาให้สินเชื่อหรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ ดังนั้นต้องวิ่งล็อบบี้คณะกรรมการกันสุดเหวี่ยง
เรื่องความเกลียดชังเครดิตบูโรของนักการเมืองนี้ ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ก็เคยออกปากว่ามีความพยายามสร้างภาพของเครดิตบูโรให้เป็นผู้ร้าย และอยากให้เลิกระบบเครดิตบูโรเสีย
แต่ความพยายามคงล้มเหลว เพราะบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาตินั้น ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายลงขันร่วมกันตั้งขึ้น
ตอนนี้ถ้าใครเฉียดไปแถวแบงก์รัฐ หรือล็อบบี้โรงแรมห้าดาวยามเช้า อาจจะแปลกใจเพราะเห็นนักธุรกิจการเมืองเดินไปเดินมากับกรรมการแบงก์รัฐ ซึ่งเป็นกรรมการหน้าใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเข้าไปบ่อยครั้ง และนี่ก็เป็นเหตุให้หาเหตุเปลี่ยนกรรมการผู้จัดการแบงก์รัฐหลายแห่ง
สำหรับธนาคารรัฐที่ใหญ่ที่สุดคือ ธนาคารกรุงไทย คณะกรรมการธนาคารจะตั้งคณะกรรมการเพื่อสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ภายในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อให้มาดำรงตำแหน่งแทน อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ที่นั่งยิ้มน้อยยิ่มใหญ่สบายอกสบายใจที่จะหมดวาระดำรงตำแหน่งในเดือน พ.ย.นี้ซะที
นาทีนี้คงมองเห็นแล้วว่า ใครเป็นผู้ร้ายในระบบเศรษฐกิจตัวจริงกันแน่ ระหว่างเครดิตบูโร กับนักการเมือง







