
ครม.ไฟเขียวกรอบเงินเฟ้อ
ใช้เป้าหมายเดิมหวั่นคนสับสนเหตุน้ำมันแพงชะลอใช้เป้าหมายทั่วไป
ใช้เป้าหมายเดิมหวั่นคนสับสนเหตุน้ำมันแพงชะลอใช้เป้าหมายทั่วไป
ครม.เคาะเป้าหมายนโยบายการเงินปี 2555 กำหนดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยรายไตรมาสที่ 0.53%
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติเป้าหมายนโยบายการเงินประจำปี 2555 ที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินประจำปี 2555 ไว้ที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยรายไตรมาสระหว่าง 0.5-3% ต่อปี
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธาน กนง. ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินประจำปี 2555 โดยข้อตกลงดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ การติดตามความเคลื่อนไหวของเป้าหมายของนโยบายการเงิน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังและ ธปท.จะต้องหารือร่วมกันเป็นประจำทุกไตรมาส และเมื่อมีเหตุจำเป็นอื่นใดตามที่ทั้งสองหน่วยงานจะเห็นสมควร
ขณะที่การเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานออกนอกเป้าหมาย กรณีอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเคลื่อนไหวออกนอกช่วงเป้าหมายตามที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ให้ กนง.ชี้แจงสาเหตุ แนวทางแก้ไข และระยะเวลาที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะกลับเข้าสู่ช่วงที่กำหนดไว้โดยเร็ว
อย่างไรก็ดี ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ กนง.จะต้องรายงานความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาเป็นระยะตามสมควร รวมทั้งการแก้ไขเป้าหมายของนโยบายการเงินในกรณีที่มีเหตุอันสมควรหรือจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ กนง.อาจตกลงร่วมกันเพื่อแก้ไขเป้าหมายของนโยบายการเงินได้ก่อนนำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณา
สำหรับมติ ครม.ที่อนุมัติกรอบเงินเฟ้อนี้ เป็นไปตามมติของ กนง.ที่ได้หารือกับกระทรวงการคลังแล้วเห็นว่าหลักการที่จะเปลี่ยนไปใช้เป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไป โดยยึดค่าเฉลี่ยรายปีที่ 3% บวกลบไม่เกิน 1.5% ต่อปี ให้ชะลอการใช้ออกไปก่อน เพราะปีนี้มีปัจจัยพิเศษการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อทั่วไปเคลื่อนไหวผิดปกติ
การเลื่อนใช้เป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจแต่อย่างใด เพราะระยะยาวช่วยให้การสื่อสารนโยบายการเงินกับสาธารณะ และการยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ควรรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดย กนง.จะติดตามเงินเฟ้อทั้งสองตัวควบคู่กัน และจะสื่อสารแนวนโยบายผ่านกรอบการวิเคราะห์แบบคู่ขนาน โดยให้ความสำคัญมากขึ้นกับเงินเฟ้อทั่วไป เพื่อสร้างรากฐานความเข้าใจแก่สาธารณชน
สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น ได้ส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันมีแรงกดดันสูงขึ้นจริง ส่งผลให้ประมาณการเงินเฟ้อสูงขึ้นกว่าเดิมบ้างแต่ไม่มากนัก ซึ่ง กนง.เองก็ผ่อนคลายนโยบายการเงินลงเป็นระยะตามความเหมาะสม







