
ทิศทางไอที '55 ความหวังอยู่ที่ครึ่งปีหลัง
หลังจบจากน้ำท่วมมา หลายๆ อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่างมุ่งหวังว่าปีนี้จะฟื้นคืนมาสู่สภาพปกติได้โดยเร็วที่สุด ทั้งจากการกระตุ้นของภาครัฐ และจากความต้องการของผู้บริโภคเอง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไอที ที่แม้จะเป็นปัจจัยที่ 5 ในการทำงานและใช้ชีวิต แต่ก็ยังสำคัญน้อยกว่าเรื่องของสถานที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ อีกทั้งชิ้นส่วนประกอบที่ได้รับจากความเสียหาย ทำให้สินค้าไอทีขาดตลาดและราคาปรับตัวสูงขึ้นด้วย ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องคาดว่ากว่าตลาดจะกลับมาสู่ภาวะปกติ อาจจะเป็นช่วงปลายไตรมาส 2
หลังจบจากน้ำท่วมมา หลายๆ อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่างมุ่งหวังว่าปีนี้จะฟื้นคืนมาสู่สภาพปกติได้โดยเร็วที่สุด ทั้งจากการกระตุ้นของภาครัฐ และจากความต้องการของผู้บริโภคเอง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไอที ที่แม้จะเป็นปัจจัยที่ 5 ในการทำงานและใช้ชีวิต แต่ก็ยังสำคัญน้อยกว่าเรื่องของสถานที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ อีกทั้งชิ้นส่วนประกอบที่ได้รับจากความเสียหาย ทำให้สินค้าไอทีขาดตลาดและราคาปรับตัวสูงขึ้นด้วย ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องคาดว่ากว่าตลาดจะกลับมาสู่ภาวะปกติ อาจจะเป็นช่วงปลายไตรมาส 2
เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็ก ทรอนิกส์ กล่าวว่า ภาพรวมไอทีในไตรมาสแรกช่วงเดือน ม.ค.ก.พ. มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ช่วง มี.ค. ชะลอตัวอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรม ยิ่งมีเรื่องของน้ำท่วมเมื่อปลายปี ที่นอกจากจะมีผลกระทบด้านความเสียหายแล้ว ยังทำให้อัลตราบุ๊ก รวมถึงสินค้าไอทีหลายๆ แบรนด์ไม่สามารถเปิดตัวได้ ดังนั้นแม้จะเป็นไปในทางบวก แต่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
อย่างไรก็ตาม คาดว่าตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไป จนถึงครึ่งปีหลังตลาดไอทีจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง คาดว่าประมาณ 15% โดยอินเทลจะร่วมกับผู้ผลิตแบรนด์สินค้าไอทีต่างๆ ทยอยเปิดตัวอัลตราบุ๊กใหม่ไม่ต่ำกว่า 75 รุ่น และระดับราคาจะมีการปรับลดลง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น จะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีการเริ่มต้นโครงการอะเมซิง พีซี ที่อินเทลร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ 7 ราย จะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักใช้ประโยชน์และซื้อคอมพิวเตอร์มาไว้ในบ้านมากขึ้น โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ไว้ในบ้านได้ 4 แสนครัวเรือน ซึ่งจำนวนคอมพิวเตอร์ดังกล่าวคือจำนวนที่หายไปจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ด้านตลาดทั่วไป นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า โดยปกติไตรมาสแรกไม่ใช่ช่วงที่ดีอยู่แล้ว และไตรมาส 2 ถือเป็นช่วงชะลอตัวมากที่สุด เพราะทั้งปิดเทอมคนไปเที่ยว และเปิดเทอมต้องใช้เงินมากอยู่แล้ว ยิ่งมีเรื่องน้ำท่วมทำให้คนต้องใช้เงินในด้านอื่นๆ ดังนั้นไตรมาสแรกยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และหลังจากสงกรานต์ไปแล้วน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
“ตอนนี้ชิ้นส่วนประกอบกลับมาเป็นปกติแล้ว ฮาร์ดดิสก์ไม่ใช่ปัญหาแล้ว ตอนนี้แบรนด์ต่างๆ ทยอยเปิดตัวอัลตราบุ๊กกันออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะราคายังสูงอยู่ และใช้เงินในทางอื่นๆ มากกว่า ทำให้ตลาดเลยยังทรงตัวอยู่ อาจต้องรอช่วงไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดีของตลาดไอที ที่จะมีสินค้าใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ออกสู่ตลาด” นิธิพัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ สิ่งที่จะเห็นในครึ่งปีหลังคือการแข่งขันอย่างหนักของผู้ผลิตทุกแบรนด์ เพราะต่างต้องการยอดขายที่เติบโต ส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ตลาดรวมอาจไม่เติบโตขึ้นเลย ซึ่งจากการประเมินของไอดีซีอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านเครื่อง
สำหรับตลาดไอทีองค์กรยังไม่เห็นผลกระทบมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ ผลกระทบคือดำเนินการล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ เพราะติดขัดเรื่องการดำเนินงานเท่านั้น และหลังจากน้ำลดอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ต้องการระบบไอทีใหม่เพื่อช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างปกติ ซึ่งคาดว่าจะทยอยมีโครงการออกมาเรื่อยๆ
สมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะแวลลูซิสเตมส์ ผู้ค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ กล่าวว่า ตลาดรวมไอทีในปีนี้น่าจะเติบโตไม่ถึง 10% เพราะมีปัจจัยลบที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งเรื่องการเมืองที่ยังไม่แน่นอน ภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นซ้ำอีก และปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดังนั้นครึ่งปีแรกซบเซาอย่างชัดเจน แต่ยังมีความหวังว่าถ้าเรื่องร้ายๆ ผ่านไปได้ ครึ่งปีหลังอาจเห็นการเติบโตที่ดีขึ้น ดังนั้นระหว่างนี้การทำธุรกิจต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง
“การทำตลาดในปีนี้จะเน้นต่างจังหวัดมากกว่า เนื่องจากมีการเติบโตสูง ผู้บริโภคเข้าใจสินค้ามากขึ้น มีช่องว่างให้บุกตลาดได้อีกมาก และเชื่อว่าผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าก็จะมุ่งตลาดต่างจังหวัดด้วยเช่นกัน เพราะต่างต้องการเพิ่มยอดขาย แต่ก็ต้องระมัดระวังปัจจัยลบอื่นๆ ด้วย” สมศักดิ์ กล่าว
เมื่อพิจารณาองคาพยพในปีนี้แล้ว การเติบโตของอุตสาหกรรมไอทีทั้งระบบจะเป็นไปในทิศทางใด อาจต้องรอดูถึงครึ่งปีหลัง ถ้าไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นอาจเห็นการเติบโตขึ้นไปถึง 20% ก็เป็นได้







