posttoday
รีบาวด์ไม่ผ่าน1,180 ให้รอดูการยืนระยะหรือซื้อต่ำกว่า1,130

รีบาวด์ไม่ผ่าน1,180 ให้รอดูการยืนระยะหรือซื้อต่ำกว่า1,130

19 เมษายน 2555

โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีช่วงรีบาวด์ แต่การปรับตัวขึ้นยังไม่สามารถผ่าน 1,180 จุด ที่ประเมินไว้ในสัปดาห์ก่อน โดยตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีและร้ายคละกันไป ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนสูง ขึ้นวันลงวันตาม นอกจากนี้การปรับตัวขึ้นลงยังเป็นการขึ้นลงในระดับที่มาก +/- ไม่น้อยกว่า 10 จุด ทำให้ภาพโดยรวมตลาดมีความผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยลบของตลาดมาจากความกังวลเรื่องหนี้สเปนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไต่ระดับมาอยู่ในระดับสูง ในขณะที่การปรับตัวขึ้นได้ผลบวกมาจากผลประกอบการหุ้นในสหรัฐที่ออกมาดี ส่วนประเด็นเรื่องแผ่นดินไหวในหลายพื้นที่ส่งผลให้ตลาดปรับตัวลงในช่วงแรกที่ข่าวออก แต่ไม่ได้เกิดสึนามิตามมาหรือทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ทำให้ผลกระทบเชิงลบต่อตลาดจำกัด

ทิศทางในระยะสั้นคาดว่ายังเป็นช่วงของการรีบาวด์สั้นเพื่ออ่อนตัวลงต่อ ตลาดยังอยู่ในช่วงพักฐาน ประเมินว่าที่บริเวณ 1,150 จุด จะเป็นจุดตัดสินใจทางเทคนิคที่จะส่งผลให้ตลาดพักฐานในลักษณะของการปรับตัวลงแรงหรือแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยหากอ่อนตัวลงหลุด 1,150 จุดอีก ทางเทคนิคมีโอกาสอ่อนตัวลงไปที่บริเวณ 1,120-1,100 จุดเป็นอย่างน้อย ในเบื้องต้นคาดว่าจะยังเป็นช่วงสุญญากาศของการใช้นโยบายทางการเงินในการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปรวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่ว่าทั้ง FED หรือ ECB ก็ยังไม่ได้มีมาตรการใดๆ ออกมาในช่วงที่เสร็จสิ้นมาตรการเก่าอย่าง LTRO ในส่วนของ ECB หรือ Operation Twist ของเฟด (รวมถึงการใช้นโยบายเชิงคำพูดที่ประเมินว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยต่ำนานจนถึงปี 2014) ทำให้หากมีข่าวสารลบเข้ามาตลาดมีโอกาสกลับมาปรับตัวลง

ส่งผลให้ในช่วงนี้ตลาดกำลังติดตามการกำหนดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง โดยการประชุมเฟดในวันที่ 24-25 เม.ย.นี้ เบื้องต้นตลาดคาดว่าเฟดจะเปิดช่องให้ดำเนินนโยบายผ่อนคลาย หรือ QE3 มากขึ้น (แต่การประกาศทำจริงคาดว่าจะอยู่ในช่วงไตรมาส 3) ต่างจากการประชุมครั้งก่อนในวันที่ 13 มี.ค. ที่ยังไม่มีแนวโน้มการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินออกมาเลย เนื่องจากในช่วงนั้นราคาน้ำมันกำลังปรับตัวขึ้น และยังไม่มีทีท่าว่าจะลง ซึ่งต่างกับระดับราคาน้ำมันในการประชุมครั้งนี้ที่ราคาน้ำมันถูกดันให้เริ่มทรงตัวในระดับต่ำจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปล่อยสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ หรือ SPR รวมถึงเรื่องการเจรจาระหว่างชาติมหาอำนาจ 6 ชาติกับอิหร่าน แม้ว่าเบื้องต้นจะไม่มีข้อสรุป แต่ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณในการพยายามเจรจากัน ซึ่งที่ประชุมมีมติประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ค

โดยรวมราคาน้ำมันที่เริ่มอ่อนตัวลงได้เปิดช่องทางให้ธนาคารกลางใช้นโยบายทางการเงินได้มากขึ้น นอกจากนี้ในต้นเดือน พ.ค. ยังมีการประชุมของ ECB ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับเฟดที่จะเปิดช่องให้มีการใช้นโยบายทางการเงินในการแก้ปัญหาหนี้ในยุโรปมากขึ้น โดยเฉพาะหากมีสัญญาณลบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่กลับมาทรงตัวในระดับสูงอีกครั้ง “ทำให้ภาพใหญ่ตลาดมีโอกาสอ่อนตัวลง หลังจากขาดปัจจัยบวกด้านสภาพคล่องสนับสนุน ประกอบกับปัญหาในยุโรปที่เริ่มกลับมาเป็นกังวลมากขึ้น เห็นได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสเปนมีช่วงปรับตัวขึ้นสูงเกิน 6% อย่างไรก็ตาม การประชุมทั้งของ FED และ ECB ที่เชื่อว่าจะมีการเปิดช่องในการใช้นโยบายทางการเงิน จะส่งผลให้ตลาดรีบาวด์เป็นระยะๆ ได้”

ทิศทางเทคนิค ระยะสั้นมีจุดสังเกตของการปรับตัวลงแรงอีกครั้งอยู่ที่บริเวณ 1,150 จุด หากอ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่ามีโอกาสปรับตัวลงทดสอบบริเวณ 1,120-1,100 จุดได้ ในขณะที่การยืนเหนือได้คาดว่าการปรับฐานจะเป็นลักษณะของการแกว่งตัวออกด้านข้างทำฐาน โดยเราให้น้ำหนักในการอ่อนตัวลงหลุดมีมากกว่า จึงแนะนำให้รอดูการยืนระยะหรือรอการปรับตัวลงมาก่อน

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอการพักฐานของตลาด และรอซื้อดักดีดกลับในหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงบริเวณ 1,120-1,100 จุด ในกรณีที่หลุดแนวรับ 1,150 จุดลงมา หรือเลือกซื้อหุ้นเฉพาะตัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่มีการปรับตัวลงมาในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งในตอนนี้เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวจากยอดคำสั่งซื้อที่เริ่มมีเข้ามาบ้างแล้ว นอกจากนี้ยังเชื่อว่าสภาพคล่องที่มีอยู่สูง จะทำให้มีการเปลี่ยนกลุ่มมาเล่นหุ้นที่ปรับตัวลงมาลึกแล้วแทน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน