
เมาแล้วขับเมาแล้วกร่าง
โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
หลังจากเทศกาลสงกรานต์ของไทยที่ผ่านมา ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าประเทศจากการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างเป็นจำนวนมาก แม้ส่วนหนึ่งจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวใกล้เกาะสุมาตราส่งผลกระทบถึงจังหวัดท่องเที่ยว เช่น จ.ภูเก็ต ก็ยังทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น เป็นจำนวนมาก คนต่างจังหวัดเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อฉลองเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัว
ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดเผย อุบัติเหตุรวม 5 วันในช่วง 7 วันอันตราย (1115 เม.ย. 2555) มีผู้เสียชีวิตแล้ว 253 คน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,581 ครั้ง บาดเจ็บ 2,751 คน สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นการเมาสุรา ร้อยละ 42.28 รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 21.70
ทนายคลายทุกข์ขอนำกรณีศึกษา เมาแล้วขับ เมาแล้วกร่าง คดีเก่ง เมธัส ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีของดารานักแสดงที่ประพฤติไม่เหมาะสมในการขับรถในขณะมึนเมาสุรา พาหญิงนั่งมาด้วย เมื่อมาถึงด่านท้องที่ สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กลัวตำรวจจะจับเป่าแอลกอฮอล์ จึงขับรถหลบหนีเป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของ เก่ง เมธัส ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 56 ข้อหา คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าการเป็นดารานักแสดงจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี คดีเมาแล้วขับโดยทั่วไปศาลรอลงอาญาทุกคดี ยกเว้นกระทำความผิดซ้ำ หรือเป็นกรณีผู้ขับขี่รถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ รถเมล์ ศาลอาจจะพิพากษาจำคุกไม่รอลงอาญา พักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตถ้ามีคนตาย ดังนั้นพวกเมาแล้วขับจึงไม่ควรขับรถฝ่าด่านหรือชนตำรวจเหมือน เก่ง เมธัส
ตัวอย่างคดีเมาแล้วขับที่ปรากฏในปัจจุบัน มีหลายประเภทดังนี้
1.เมาแล้วกร่าง ตอนยังไม่เมายังไม่กร่าง ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานนักการเมือง หรือลูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะพบเห็นบ่อย แม้กระทั่งโพลล่าสุดยังระบุว่า ตำรวจเซ็งกับไอ้พวกมีเส้น เมาแล้วขับ จับแล้วก็ต้องปล่อย ถ้าขืนดำเนินคดีอาจถูกเด้งไปอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นได้
2.เห็นด่านอยู่ข้างหน้า จอดรถทิ้งแล้ววิ่งหลบหนี แบบนี้ก็มีเยอะ อาศัยช่องว่างของกฎหมาย ในเมื่อจับตัวคนทำไม่ได้จึงขาดพยานหลักฐานในการพิสูจน์ว่าผู้ขับขี่เมาแล้วขับ
3.ติดสินบนเจ้าพนักงาน เมาแล้วขับเมื่อถึงด่านพูดจาสุภาพอ่อนน้อม พวกนี้เป็นมวย และขอคุยส่วนตัว ส่วนใหญ่มักจะถามว่า ท้องที่นี้คิดอย่างไร พร้อมชำระค่าปรับแบบศาลเตี้ย ศาลยุติธรรมไม่เอา เท่าที่ผมทราบมา รถจักรยานยนต์ เมาแล้วขับ 2,000-5,000 บาท พิพากษากันบริเวณริมถนนแล้วจบ ขับรถยนต์ศาลเตี้ยอาจประมาณ 8,000 บาท ไม่ต้องเสียประวัติ แบบนี้ก็มีเยอะ
4.ประเภทจอดรถบริเวณด่าน พอถึงเวลาจะเป่าวิ่งหนี แบบนี้ก็มักจะทำกันเยอะ
5.พวกเมาแล้วมีเส้น พอถึงด่านชักนามบัตร กดมือถือให้ขาใหญ่คุยกับตำรวจ เรื่องนี้อั๊วขอ แบบนี้ก็ต้องปล่อยไป เขาเรียกเมามีเส้น
6.ประเภทเห็นด่านแล้วขับรถย้อนศร ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ที่ชอบทำ
7.ประเภทสุดท้าย ทำเป็นรถเสีย ถ้าตำรวจหลงกลก็รอดไป
บทลงโทษตามกฎหมายกรณีเมาแล้วขับ
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
(2) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
มาตรา 160 ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
กฎกระทรวง ฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
ข้อ 3 ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเมาสุรา
(1) กรณีตรวจวัดจากเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
(2) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจหรือปัสสาวะ ให้เทียบปริมาณแอลกอฮอล์ โดยใช้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นเกณฑ์มาตรฐานดังนี้
(ก) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจ ให้ใช้ค่าสัมประสิทธิ์ในการแปลงค่าเท่ากับ 2,000
(ข) กรณีตรวจวัดจากปัสสาวะ ให้ใช้ค่าสัมประสิทธิ์ในการแปลงค่าเท่ากับเศษ 1 ส่วน 1.3 m







