posttoday
ค่าแรง 300 บ.ทุบอุตฯอาหารต้นทุนขยับพรวด 4-15%

ค่าแรง 300 บ.ทุบอุตฯอาหารต้นทุนขยับพรวด 4-15%

18 เมษายน 2555

 

 

อุตสาหกรรมอาหาร ถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวันอย่างมาก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นตลอดสายการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบ จนถึงการกระจายสินค้าไปสู่มือผู้บริโภค โดยในอุตสาหกรรมนี้มีการจ้างงานรวมกว่า 1.2 แสนคน โดยเฉพาะกรุงเทพฯ มีแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารอยู่กว่า 7 หมื่นคน

ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานยังคงเรื้อรังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยมีความต้องการแรงงานกว่า 5 หมื่นคน ในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งการขึ้นค่าจ้างในครั้งนี้อาจส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน รวมถึงแรงงานต่างด้าวจะมีพฤติกรรมการเข้าออกงานสูง ซึ่งปัญหาคงตกไปอยู่ที่ผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องบริหารจัดการทั้งต้นทุนและทรัพยากรบุคคลให้ดี

นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมอาหารทั่วประเทศมีประมาณ 9,227 โรงงาน แบ่งเป็นโรงงานขนาดเล็ก 91% ขนาดกลาง 6% และขนาดใหญ่เพียง 3% สำหรับภาคการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น การแปรรูปไก่ มีจำนวน 320 โรงงาน อุตสาหกรรมประมง 579 โรงงาน อุตสาหกรรมผักผลไม้ 640 โรงงาน รวมกันคาดว่ามีการจ้างงานมากกว่า 1.2 แสนคน

เฉพาะกรุงเทพมหานคร มีโรงงานอุตสาหกรรมอาหารตั้งอยู่ประมาณ 2,405 ราย เป็นขนาดเล็ก 2,050 ราย ขนาดกลาง 165 ราย และขนาดใหญ่ 186 ราย ประเมินว่ามีแรงงานไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นคน

การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน จะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 6.4% โดยโครงสร้างต้นทุนด้านแรงงานของอุตสาหกรรมอาหารบางประเภทที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูง ได้แก่ น้ำผลไม้ มีต้นทุนค่าแรงงาน 15% เส้นหมี่เส้นก๋วยเตี๋ยว 15% กุ้งแปรรูป/ซูริมิ 10% ข้าวโพดอ่อนกระป๋อง/ข้าวโพดหวานแช่แข็ง/ ข้าวโพดหวานกระป๋อง 10% ทูน่ากระ ป๋อง 6% นมพร้อมดื่ม/ผงชูรส 5% และแป้งมัน/แป้งข้าว 4-5%

ทั้งนี้ การขึ้นค่าจ้างจึงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการอย่างมาก โดยสุดท้ายหากผู้ประ กอบการไม่สามารถแบกรับภาระไม่ไหวก็คงจำเป็นต้องผลักภาระไปให้ผู้บริโภค

นายเพ็ชร กล่าวว่า ในระยะสั้นนโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ในระยะยาวเชื่อว่าภาคธุรกิจจะปรับตัวได้ แต่ปัญหาคือควรมีแนวทางในการลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจในช่วงแรกของการดำเนินนโยบาย โดยเฉพาะมาตรการที่ช่วยลดภาระต้นทุนของภาคเอกชน เช่น การลดภาษีนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักร รวมทั้งวัตถุดิบบางประเภทที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ ให้สิทธิพิเศษหรืออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนการใช้เครื่องจักรแทนต้นทุนค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น มีข้อจำกัดในอุตสาหกรรมอาหารหลายสาขา โดยเฉพาะกลุ่มอาหารทะเล และผักผลไม้แปรรูป เนื่องจากโครงสร้างและธรรมชาติของธุรกิจที่ใช้ในกระบวนการคัดแยก ตัดแต่งวัตถุดิบขั้นต้นที่ต้องอาศัยแรงงานคนเป็นสำคัญ

รวมทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีเองที่มีจำนวนสูงถึง 97% ของอุตสาหกรรมอาหารทั้งหมด ซึ่งยังไม่มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งทุนและเทคโนโลยีในการนำเครื่องจักรเข้ามาใช้แทนแรงงานคนได้

นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่านอกจากปัญหาเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว ขณะนี้อุตสาหกรรมอาหารของไทยทั้งระบบยังคงขาดแคลนแรงงานระดับล่างไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานและยังไม่สามารถแก้ไขได้

ทั้งนี้ จากการศึกษาของ TDRI ในปี 2553 พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนแรงงานต่างด้าวมากเพียงพอกับความต้องการแล้ว แต่การที่อุตสาหกรรมอาหารรวมทั้งอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอยู่เนื่องจากแรงงานเหล่านี้มีพฤติกรรมเข้าออกงานสูง แรงงานจำนวนมากได้เปลี่ยนอาชีพโดยทำงานไม่ตรงตามอาชีพที่ได้รับอนุญาตครั้งแรก และได้กลายสภาพเป็นแรงงานผิดกฎหมาย

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการที่จะลดผลกระทบดังกล่าว โดยอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวสามารถย้ายสาขาอาชีพได้ ภายใต้ข้อกำหนดกรอบเวลาว่าภายในระยะกี่ปีจึงจะย้ายงานได้ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของแรงงานในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง นอกจากจะช่วยลดผลกระทบจากการเข้าออกงานสูง และการกลายสภาพเป็นแรงงานผิดกฎหมายแล้ว มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้มีข้อมูลในการบริหารจัดการเพื่อนำเข้าหรือกระจายแรงงานไปสู่อุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

รวมทั้งในส่วนของผู้ประกอบการต้องเร่งบริหารจัดการการใช้บุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิต และป้องกันการขาดแคลนแรงงานหลังจากที่ต้องปรับขึ้นค่าจ้าง

การขึ้นค่าจ้างในครั้งนี้ จึงเป็นโจทย์สำคัญให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากที่สุด เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี