
เตือนเก็งกำไรกองทุนระวังเสี่ยง
หวั่นหนี้ยุโรปฉุดตลาดร่วงแนะพักเงินรอ
หวั่นหนี้ยุโรปฉุดตลาดร่วงแนะพักเงินรอ
บล.ฟิลลิป เตือน เก็งกำไรกองทุนระวังเสี่ยง หลังหนี้ยุโรปกลับมาน่ากังวลอีกรอบ แนะตุนเงินรอซื้อกองตลาดเกิดใหม่ทองคำ
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า นักลงทุนที่ลงทุนแบบเก็งกำไรในกองทุนรวมยังคงต้องระมัดระวัง หลังจากตลาดกลับมากังวลในปัญหาหนี้ในยุโรปอีกครั้ง โดยอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสเปนที่ปรับเพิ่มขึ้นไปถึง 6% เมื่อวันที่ 16 เม.ย.
“การเก็งกำไรด้วยกองทุนรวมเรายังคงเน้นย้ำให้ระมัดระวังต่อไป และจับตาการเคลื่อนไหวสถานการณ์ปัญหาหนี้ยุโรปไม่เฉพาะสเปน แต่เป็นประเทศในกลุ่ม PIIGS (โปรตุเกส อิตาลี กรีซ และ สเปน) ที่อาจกลับมาเป็นประเด็นร้อนได้ทุกเมื่อ” นายสานุพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการลงทุนระยะยาว นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ยังคงแนะนำให้ชะลอการลงทุนต่อไป โดยพักเงินในกองทุนรวมตลาดเงิน และเตรียมพร้อมที่จะกลับเข้าลงทุน หากตลาดปรับตัวลงลงแรง ซึ่งอาจจะมีจังหวะการลงทุนในไม่ช้า โดยแนะนำให้เข้าลงทุนในกองทุนตลาดเกิดใหม่และกองทุนทองคำ
นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 17-23 เม.ย. บริษัทได้เปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M1 อายุ 3 เดือน และกองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 6M1 อายุ 6 เดือน ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ โดยอาจลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) ของกองทุนและจะมีการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็ม
“สาเหตุที่เราเปิดเสนอขาย 2 กองทุน พร้อมกันก็เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้น เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคารและไม่เสียภาษี อีกทั้งยังช่วยให้ไม่เสียโอกาสจากการลงทุนในยุคอัตราดอกเบี้ยเริ่มทรงตัวแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ” นายธีรนาถ กล่าว
ทั้งนี้ TISCO Wealth บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน ของกลุ่มทิสโก้ ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3% ไปถึงสิ้นปี 2555 แต่มีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 ในกรณีที่อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นมาก หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จึงแนะนำการลงทุนในเงินฝาก ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารหนี้ อายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้น
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า เอ็มเอฟซีเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ตราสารหนี้ต่างประเทศ 12 เดือน ซีรีส์ 2 ตั้งแต่วันที่ 17-23 เม.ย. โดยเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 80% ของเอ็นเอวี และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ซึ่งคาดว่าผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 4.06% ต่อปี







