
ทีโอทีกลัวอดเร่งทำวีเอ็นโอ
เฟ้นหาพันธมิตรช่วยทำตลาดเปิดทางเอกชนร่วมทำทุกธุรกิจ
เฟ้นหาพันธมิตรช่วยทำตลาดเปิดทางเอกชนร่วมทำทุกธุรกิจ
ทีโอที เปิดโมเดลใหม่ “วีเอ็นโอ” ดึงเอกชนไทยต่างชาติร่วมทำตลาดทุกธุรกิจ หวังสร้างรายได้อุดสัมปทานหมด
นายพันเทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ดครั้งหน้าจะพิจารณาโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า วีเอ็นโอ หรือการเปิดหาพันธมิตรเอกชนให้เข้ามาช่วยทำการตลาดในทุกธุรกิจโดยเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน จากเดิมที่เปิดให้เอกชนทำการตลาดกับโครงข่าย 3จี ในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ การหาพันธมิตรดังกล่าว เพื่อให้ทีโอที สามารถสร้างรายได้มากขึ้นจากการที่เปิดให้เอกชนเข้ามาช่วยในเรื่องช่องทางการขายบริการต่างๆ ของทีโอที ที่มีอยู่ ซึ่งถือเป็นการแก้จุดอ่อนที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมกับสูญเสียรายได้จากสัมปทานที่ใกล้จะสิ้นสุด รวมทั้งการที่ทีโอทีต้องนำส่งรายได้ให้กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
“ขณะนี้มีผู้ประกอบการจากต่างประเทศทั้งในเอเชียและยุโรปแสดงความสนใจเข้าร่วมแล้ว เหลือเพียงรอความชัดเจนจากทีโอทีเท่านั้น ดังนั้น บอร์ดจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุปเร็วที่สุด” นายพันเทพ กล่าว
ปัจจุบันรายได้ของทีโอทีกว่า 60% หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท มาจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ที่จ่ายส่วนแบ่งตามสัญญาสัมปทาน แต่สัญญาดังกล่าวกำลังจะสิ้นสุดในปี 2558 ซึ่งการเปิดทางให้เอกชนเข้าร่วมทำตลาดจึงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากประเทศนอร์เวย์และยุโรป ได้แสดงความจำนงขอเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอโครงการ 3จี ทีโอทีทั่วประเทศ ที่ทีโอทีมีแผนจะขยายให้ครบ 2 หมื่นสถานีฐานในปีนี้ นอกเหนือไปจากเอ็มวีเอ็นโอ 5 รายในประเทศ คือ สามารถ ไอโมบาย ไออีซี ล็อกซเล่ย์ 365 คอมมูนิเคชั่น และ เอ็ม คอนซัลท์
ขณะที่โครงการการให้บริการ 3จี ทั่วประเทศมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท จำนวน 5,320 สถานียังคงเป็นไปตามแผนเดือน พ.ค.นี้ แม้จะไม่สามารถหาที่ติดตั้งสถานีฐานได้ 412 สถานี แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดให้บริการแต่อย่างใด เนื่องจากทีโอทีได้เจรจาใช้สถานีฐานร่วมกับเอไอเอสจำนวน 400 สถานี รวมทั้งของทรูมูฟด้วย เพื่อให้การให้บริการเป็นไปตามเดิม







