
เฟอร์ฯปรับตัวรับเออีซี
ชิคฯมองหาพันธมิตรต่างชาติ‘โมเดอร์นฟอร์ม’บุกอาเซียนโมเดอร์นฟอร์ผุสาขา ในอาเซียน
ชิคฯมองหาพันธมิตรต่างชาติ‘โมเดอร์นฟอร์ม’บุกอาเซียนโมเดอร์นฟอร์ผุสาขา ในอาเซียน
เฟอร์นิเจอร์ไทยโกอินเตอร์ รับเปิดเสรีอาเซียน ค่ายชิค รีพับบลิค จับมือผู้ผลิตเฟอร์ฯ ต่างประเทศ ขณะที่ โมเดอร์นฟอร์ม เล็งผุดสาขาต่างประเทศ
นายกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชิค รีพับบลิค ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านภายใต้ชื่อ ชิค รีพับบลิค เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเจรจากับผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำในอาเซียน เพื่อรวมกันขยายตลาดเฟอร์นิเจอร์ในต่างประเทศรับมือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558
“การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น จะทำให้การแข่งขันในธุรกิจเฟอร์ นิเจอร์นั้นสูงขึ้นในระดับหนึ่ง แต่เราต้องปรับตัว โดยต้องเอาคู่แข่งจากต่างประเทศมาเป็นพันธมิตรทางการค้าร่วมกัน ซึ่งในวงการเฟอร์นิเจอร์ในอาเซียนผู้ผลิตรายใหญ่มีอยู่ไม่กี่ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเริ่มเจรจาที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกันในการเปิดตลาดเฟอร์นิเจอร์ต่างประเทศ ซึ่งเวลานี้อยู่ในขั้นเริ่มต้นเจรจา” นายกิจจา กล่าว
สำหรับในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดโชว์รูมใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการเมกาบางนา ในเดือน พ.ค.ปีนี้ บนพื้นที่ 1,400 ตร.ม. ใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาท และในเดือน มิ.ย.ปีนี้ จะเปิดสาขาหัวหินบนพื้นที่ 2,000 ตร.ม. ใช้เงินลงทุนประมาณ 30-40 ล้านบาท จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ได้แก่ บริเวณถนนเอกมัยรามอินทรา และบางนา
สำหรับสัดส่วนการขายของบริษัท 80% จะมาจากช่องทางขายปลีก ส่วนอีก 20% มาจากการขายตรงเข้าโครงการจัดสรรและคอนโดมิเนียม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันต้นทุนในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ปรับสูงขึ้น หลังจากมีการปรับอัตราค่าจ้างแรงงาน คาดว่าในปีนี้ราคาขายเฟอร์นิเจอร์อาจจะปรับขึ้นเฉลี่ย 10-15% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
นายทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะยังส่งผลดีต่อธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ของบริษัท เนื่องจากขณะนี้บริษัทเตรียมขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรการซื้อขายออกไปในประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 10 ประเทศ โดยในช่วงแรกจะเตรียมเปิดตัวก่อน 23 ประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเริ่มต้นเจรจา
สำหรับยอดขายปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ชะลอตัวลงบ้างในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีจากเหตุอุทกภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา ทั้งนี้ในส่วนของโรงงานไม่ได้รับความเสียหาย แต่ต้องชะลอการผลิตลง 50% เนื่องจากไม่สามารถส่งของให้ลูกค้าได้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการขนส่ง
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 3,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% โดยแบ่งเป็นขายผ่านโครงการ 80% และขายปลีก 20%
ขณะที่งบลงทุนในปีนี้ตั้งไว้ที่ 100 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ด้านภาพรวมตลาดสินค้าเฟอร์ นิเจอร์ในปีนี้ คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2 เนื่องจากประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำเป็นต้องเร่งแก้ไขซ่อมแซมที่อยู่อาศัยก่อน แล้วจึงจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมายอดขายของบริษัทใกล้เคียงกับปีที่แล้ว คือ อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท เชื่อว่าในช่วงไตรมาส 2 จะมีความต้องการเฟอร์ นิเจอร์แบบก้าวกระโดด ขณะที่ปัญหาการปรับเพิ่มของราคาน้ำมันส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นพลาสติกเพียงเล็กน้อย ในส่วนของการปรับเพิ่มของค่าจ้างไม่ส่งผลกระทบเนื่องจากค่าแรงงานของบริษัทฯอยู่ในฐานที่เกินที่รัฐบาลกำหนด







