
ไทยพาณิชย์ปรับโครงสร้างใหญ่รับเออีซี
“ไทยพาณิชย์” ลั่น 3 ปี ปักธงในกลุ่มประเทศเออีซี ประเดิมปีนี้แยกฝ่ายอาเซียนให้ชัด ดึงคนนอกเข้าร่วมทีม
“ไทยพาณิชย์” ลั่น 3 ปี ปักธงในกลุ่มประเทศเออีซี ประเดิมปีนี้แยกฝ่ายอาเซียนให้ชัด ดึงคนนอกเข้าร่วมทีม
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ธนาคารจะลงทุนด้านภาพลักษณ์ เพื่อเปิดตัวให้ต่างประเทศรู้จักธนาคารให้ได้ ตั้งเป้าหมายไว้ 3 ปีจากนี้จะเป็นปีเก็บเกี่ยว โดยจะเห็นธนาคารปักธงในประเทศภูมิภาคอาเซียน ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะถึงในปี 2558
“การซื้อกิจการท้องถิ่นก็เป็นทางเลือกหนึ่งของธนาคาร แต่ตอนนี้เป็นเวลาที่ธนาคารต้องแต่งตัวใหม่ คิดใหม่และทำใหม่ ใน 3 ปีจากนี้จะต้องมีคนรู้จักไทยพาณิชย์ในภูมิภาคนี้ ถ้าเราตั้งใจทำอะไรก็ไม่อยากแพ้ใคร” นายวิชิต กล่าว
นายวิชิต กล่าวว่า การเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นไปได้ทั้งในรูปแบบลูกผสม เช่น อาจลงทุนร่วมกันเปิดสาขา หรือหาพันธมิตร เป็นไปได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละตลาด ไม่มีกติกาที่แน่ชัด เพราะพม่ากับอินโดนีเซียตลาดก็แตกต่างกัน คงใช้สูตรเดียวกันในการเข้าไปขยายธุรกิจไม่ได้ เพียงแต่นโยบายหลักใหญ่ของธนาคาร คือ ต้องเข้าไปเปิดตลาดในอาเซียนแน่นอน
อย่างไรก็ดียอมรับว่าตลาดการเงินในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่ต้องคิดหนัก ยอมรับเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะ 2 ประเทศนี้มีธนาคารท้องถิ่นที่มีความแข็งแกร่ง ฉะนั้นการจะเข้าไปในรูปแบบธนาคารท้องถิ่นก็ต้องประเมินให้ดี อาจพิจารณาทางเลือกอื่นเช่น การร่วมทุนกับพันธมิตร
นายวิชิต กล่าวว่า ภายในปีนี้ธนาคารจะมีการแยกฝ่ายการลงทุนในประเทศภูมิภาคอาเซียนออกมาโดยเฉพาะ หากจะทำเรื่องนี้ ก็ต้องมีฝ่ายที่รองรับ และมีพนักงานที่แยกออกมาให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็เป็นแค่การพูดเป็นแต่ลม เพราะแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม เช่นในกัมพูชา ก็ต่างกับลาว บทบาทแต่ละประเทศจึงไม่เหมือนกัน
อย่างไรก็ดีพนักงานของธนาคารในปัจจุบันก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญ แต่ก็ต้องมีการผสมผสานกับบุคลากรข้างนอกที่ต้องรับเข้ามาเสริมกำลังเพิ่ม ทำให้เกิดรูปแบบผสม คงอาศัยเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
นายวิชิต กล่าวว่า มองว่าสิ่งที่ธนาคารมีความแข็งแกร่งคือ ความเป็นธนาคารที่ให้บริการครบวงจร(ยูนิเวอร์แซล แบงก์กิง) แต่ที่มากกว่านั้นคือธนาคารเป็นที่ปรึกษาหลักในการลงทุนให้ลูกค้าด้วย ที่ผ่านมาค่ารายได้จากการให้คำปรึกษาการลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะธุรกิจของลูกค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ได้ต้องการเพียงเงินกู้อย่างเดียว
ขณะเดียวกันการเป็นธนาคารครบวงจร ทำให้ธนาคารสามารถรองรับสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ครบ เช่น ธุรกิจประกันภัย และประกันชีวิต
ปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์มีการลงทุนในอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ สาขาในนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว สาขาสิงคโปร์ ธนาคารกัมพูชาพาณิชย์ ในประเทศกัมพูชา และธนาคารร่วมทุนวีนาสยาม ในเวียดนาม







