posttoday
ประกันไตรมาส1คึกคัก

ประกันไตรมาส1คึกคัก

16 เมษายน 2555

ธุรกิจประกันภัยไตรมาสแรกของปี 2555 ถือว่าไปได้สวย มีความเคลื่อนไหวที่สังคมให้ความสนใจมากกว่าทุกปี

โดย...วารุณี อินวันนา

ธุรกิจประกันภัยไตรมาสแรกของปี 2555 ถือว่าไปได้สวย มีความเคลื่อนไหวที่สังคมให้ความสนใจมากกว่าทุกปี โดยมีเรื่องใหญ่ๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชน ประกอบด้วย หนึ่ง การจ่ายค่าสินไหมน้ำท่วม สอง การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ สาม อัตราเบี้ยประกันภัยน้ำท่วม และสี่ ฐานะการเงินของบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากน้ำท่วมหนักในช่วงปลายปี 2554

หนึ่ง การจ่ายค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วม ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยจำนวนเงิน ณ สิ้นเดือน ก.พ. มีผู้เสียหายยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยเป็นเงิน 4.86 แสนล้านบาท โดยมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายแล้วจำนวน 1.03 แสนล้านบาท คิดเป็น 21.33% ของสินไหมรวมที่ต้องจ่าย ยังเหลือที่อยู่ระหว่างดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 3.82 แสนล้านบาท หรือ 78.67%

ขณะที่แยกเป็นจำนวนรายของการประกันภัยแต่ละประเภท ณ 15 มี.ค. 2555 ประกอบด้วย การประกันภัยรถยนต์ยื่นเรียกร้องค่าเสียหาย 3.94 หมื่นคัน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 3.57 หมื่นคันคิดเป็น 90.62% อยู่ระหว่างดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 3,703 คัน

การประกันภัยทรัพย์สิน-อัคคีภัยที่อยู่อาศัย ยื่นเรียกร้องค่าเสียหาย 3.24 หมื่นราย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 2.06 หมื่นราย คิดเป็น 63.55% อยู่ระหว่างดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 1.18 หมื่นราย

การประกันอัคคีภัยอาคารพาณิชย์และเอสเอ็มอี ยื่นเรียกร้องค่าเสียหาย 5,912 ราย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 3,854 ราย คิดเป็น 65.19% อยู่ระหว่างดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 2,058 ราย

การประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) ยื่นเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 8,389 ราย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 1,865 ราย คิดเป็น 22.23% อยู่ระหว่างดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 6,524 ราย ส่วนการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนครบแล้ว 100%

ประกันไตรมาส1คึกคัก

สอง การจัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ” มีการชงเรื่องตั้งแต่ปลายปี 2554 เพราะบริษัทประกันภัยต่อตื่นตระหนกกับน้ำท่วมหนักในไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สร้างความเสียหายแก่ธุรกิจประกันภัยมากที่สุดในรอบ 60 ปีจึงปรับราคาเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมขึ้นไป 15-20% ทำให้เจ้าของธุรกิจในไทยรับไม่ได้ และประกันต่อยังได้แยกความคุ้มครองน้ำท่วมออกจากกรมธรรม์หลัก จากเดิมที่รวมอยู่ในฉบับเดียวกัน

นักลงทุนไทยและต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทย บริษัทประกันภัยต่อรายใหญ่ที่มีรัฐบาลฝรั่งเศสถือหุ้นใหญ่ประกาศถอนตัวออกจากประเทศไทย และบริษัทประกันภัยต่อรายอื่นๆ ขอหยุดรับประกันภัยน้ำท่วมในไทย

ส่งผลต่อภาพลักษณ์เชิงลบต่อรัฐบาล เป็นเหตุให้ต้องออกหน้าหามาตรการสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการผ่านแผนบริหารจัดการน้ำด้วยงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท และผ่านความเห็นชอบพระราชกำหนดว่าด้วยกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. 2555 เพื่อจัดตั้งกองทุนในการทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ในวงเงินเริ่มต้น 5 หมื่นล้านบาท รับความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วม ลมพายุ และแผ่นดินไหว วงเงิน 3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ได้แต่งตั้ง พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เป็นประธานกรรมการกองทุน และมีกรรมการกองทุนอีก 9 คน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัยในการกำหนดเงื่อนไข “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ” ออกมาขายให้ประชาชนเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2555 มีบริษัทประกันภัยกว่า 50 บริษัทร่วมขาย โดยเก็บไว้เอง 1% อีก 99% ส่งประกันต่อให้กับกองทุน

สำหรับอัตราเบี้ยประกันภัยแยกออกเป็น 3 กลุ่ม คุ้มครองแบบจำกัดความรับผิด โดยบ้านอยู่อาศัยคิดเบี้ย 0.5%ต่อปี คุ้มครองไม่เกิน 1 แสนบาท ธุรกิจขนาดกลางหรือย่อม (เอสเอ็มอี) ทุนประกันไม่เกิน 50 ล้านบาท คิดเบี้ยประกัน 1% ต่อปี คุ้มครองไม่เกิน 30% ของทุนประกันอัคคีภัย หรือการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) ส่วนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีทุนประกันภัยมากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป คิดเบี้ย 1.25% ต่อปีคุ้มครองไม่เกิน 30% ของทุนประกันอัคคีภัย หรือ IAR

สาม อัตราเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมหลังจากที่มีแผนบริหารจัดการน้ำด้วยงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท และการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมที่บริษัทประกันภัยต่อเคยปรับราคาสูง 15-20% เท่าในช่วงปลายปีถึงต้นปี ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ. ยืนยันว่า อัตราเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมลดลงอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบันลงมาอยู่ที่ระดับ 3% สอดคล้องกับความเห็นของ ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย ที่คาดว่าหากปีนี้ไม่มีน้ำท่วม เบี้ยประกันน้ำท่วมจะลดลงอีกในต้นปีหน้าเหลือประมาณ 1-2% จากปัจจุบันที่บริษัทประกันภัยทั่วไปขายประกันภัยน้ำท่วมที่รับเสี่ยงเองอยู่ที่ 4-5%

สี่ ฐานะการเงินบริษัทประกันวินาศภัย หลายแห่งมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อชดเชยเงินกองทุนที่ลดต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากการจ่ายค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วมจำนวนมาก โดยบริษัท สมโพธิ์ เจแปน (ประเทศไทย) ทำการเพิ่มทุนสำเร็จเป็นรายแรก ด้วยการเติมทุนใหม่ 2,800 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียน 3,100 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นเป็นผู้ใส่เงินเพิ่มทุนทั้งจำนวน ทำให้สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติเพิ่มเป็น 100% ซึ่งผ่านการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติลงมาเหลือ 25% ภายใน 10 ปี

ลำดับต่อมา บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ขอเพิ่มทุนใหม่ด้วยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนเดิมและนักลงทุนเฉพาะเจาะจง และขออนุมัติจาก คปภ.ให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนเกิน 25% เป็น 49% โดยได้เงินจากการเพิ่มทุนใหม่เข้ามา 6,975 ล้านบาท รวมกับทุนเก่า 2,691 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนรวม 9,666 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท แอกซ่าประกันภัย ได้ขอเพิ่มทุนประมาณ 600700 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นต่างชาติใส่เงินเพิ่มทุนเข้ามาทั้งจำนวน ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติเพิ่มเป็น 100% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุมัติ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย เลือกที่จะเพิ่มทุนด้วยวิธีการกู้ยืมเงินระยะยาว 10 ปี จากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ประมาณ 2,500 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่สามารถตกลงเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างคนไทยกับต่างชาติได้ ซึ่งกฎหมายให้นับเงินกู้ระยะยาวเป็นเงินกองทุนขั้นที่2 ได้ และต้องแปลงเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ในภายหลัง

บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย เตรียมเพิ่มทุนใหม่อีก 103.46 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนจาก 310.39 ล้านบาท เป็น 413.85 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคา 10 บาทต่อหุ้น รวมถึงบริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 660 ล้านบาท จากเดิมมีอยู่ 454.45 ล้านบาท เป็น 1,114.45 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 132 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 5 บาท จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม

นอกจากนี้ ไตรมาสแรกของปี 2555 คปภ.ยังได้สั่งให้บริษัท ฟีนิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. ซึ่งไม่ได้เป็นผลมาจากการจ่ายค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วม แต่เป็นผลมาจากดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และมีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน ทั้งจัดสรรทรัพย์สินหนุนหลังไม่เพียงพอต่อหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัยไม่ส่งรายงานการดำรงเงินกองทุนและงบการเงินรายไตรมาสตามที่กฎหมายกำหนด และมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนมาก

ทั้งนี้ ไตรมาสแรกของปี 2555การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ถือเป็นพระเอกที่มีความโดดเด่นและเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ผลงานจะออกมาดีหรือไม่ต้องรอติดตามผลการขายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมยังต้องติดตามกันต่อไปในไตรมาส 2 ของปี รวมถึงการเพิ่มทุนของบริษัทประกันวินาศภัยที่คาดว่าจะทยอยประกาศออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ