
โยน กพช.เคาะแผนพีดีพี2010
โยนกพช.เคาะแผนพีดีพี 2010 เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ระยะ 20 ปี ชี้ต้องพึ่งถ่านหินและนิวเคลียร์หวังลดความเสี่ยงการใช้ก๊าซฯให้เหลือ 42%
โยนกพช.เคาะแผนพีดีพี 2010 เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ระยะ 20 ปี ชี้ต้องพึ่งถ่านหินและนิวเคลียร์หวังลดความเสี่ยงการใช้ก๊าซฯให้เหลือ 42%
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานสัมมนารับฟังความคิดเห็น “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2553-2573" (พีดีพี2010) ว่า จะสรุปรายละเอียดในการเปิดรับฟังความเห็นในช่วงที่ผ่านมาของแผนพีดีพีทั้งหมดก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่จะประชุมในวันที่ 12 มี.ค.เป็นผู้พิจารณา โดยพีดีพีในช่วง 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นจากเดือนธ.ค.2552 จำนวน 5.46 หมื่นเมกะวัตต์ รองรับการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ได้กำหนดให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน 13 แห่งกำลังผลิตรวม 1 หมื่นเมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5 แห่งกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากยังเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่จะมาทดแทนการลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าจาก 70 % ให้เหลือ 42 % เพื่อความเสี่ยงทางด้านพลังงาน เพราะประเมินว่า ปริมาณสำรองก๊าซฯจะหมดลงใน 17 ปีข้างหน้า โดยยอมรับว่าในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินจำเป็นต้องเลื่อนการตั้งโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ไปอีก 2 ปี จากเดิมจะต้องเกิดขึ้นในปี 2559 ไปเป็นปี 2562 เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วง 6 ปีนี้ยังไม่ขยายตัวมากนัก
นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การจัดทำร่างแผนพีดีพีครั้งนี้ยังไม่ใช้กระบวนการที่ดีนัก เพราะระยะเวลาในการเปิดรับฟังความเห็นแค่ระยะสั้นๆ โดยเฉพาะการตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งการทำงานของสำนักงานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ยังไม่เป็นที่ยอมรับ เกิดความล้มเหลว ควรจะยุบสำนักงานฯนี้เพราะการใช้งบประมาณไม่เกิดประโยชน์ โดยในประเด็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ยังมีความสับสนในการกำหนดทำเลที่ตั้ง มีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน







