
ลงทุนระยะสั้นน่าห่วง...โอกาสดีนักลงทุนระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ประจำเดือน เม.ย. 2555 มองภาวะการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ประจำเดือน เม.ย. 2555 มองภาวะการลงทุน
ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากได้ผ่านช่วงเวลาดีๆ กันมาพอสมควร ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดการณ์กันไว้ โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานปรับลดลงทำสถิติใหม่ นับตั้งแต่หลังเกิดวิกฤตการเงินในสหรัฐ นอกจากนี้ปัญหาหนี้ยุโรปก็คลายความกังวลลงไป หลังกรีซได้รับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2
อย่างไรก็ตาม ภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มจะเห็นเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากข่าวดีเริ่มหมดลง เราได้เห็นการชะลอตัวของยุโรปและจีนอย่างชัดเจน ขณะที่หนี้ยุโรปกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งเมื่อหนี้สาธารณะของสเปนจะพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ทำให้เกิดความกังวลและกระทบต่อการประมูลพันธบัตรด้วยต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ทำให้ปัจจัยลบต่างๆ เริ่มส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาผันผวนอีกครั้ง และล่าสุดเราได้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังเปราะบางอยู่ จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาดคาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ หลังจากที่เราได้ให้ทยอยลดพอร์ตสินทรัพย์เสี่ยงกันไปในเดือนที่แล้ว เรายังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยจะให้เน้นเป็นการถือ Money Market มากขึ้น เพื่อรอจังหวะในการเข้าสะสมกองทุนสินทรัพย์เสี่ยงสำหรับการลงทุนระยะยาว หากมีโอกาส โดยเฉพาะราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาในช่วงนี้ แนะนำให้ “ทยอยสะสม” กองทุนทองคำเพิ่มเมื่อราคาทองคำปรับตัวลดลง
สำหรับกลยุทธ์ของพอร์ตการลงทุน สำหรับตราสารหนี้นั้น เงินลงทุนใหม่และส่วนที่ได้จากการลดพอร์ตการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง แนะนำให้พักไว้ในกองทุน Money Market เพื่อรอโอกาสกลับลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนตลาดหุ้นในระยะสั้นเราเริ่มกังวลมากขึ้นต่อภาพรวมของราคาสินทรัพย์เสี่ยง มองว่าจะผันผวนมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่รอจังหวะสะสมกองทุนลงทุนระยะยาวในช่วงหลายเดือนข้างหน้านี้
ส่วนการลงทุนทางเลือก มองว่าราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้เรามองว่าราคาเริ่มน่าสนใจสำหรับการสะสมลงทุนอีกครั้ง โดยให้ “ทยอยสะสม” หากราคาทองคำปรับตัวลดลง
สำหรับการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ แนะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกองทุนตลาดเงินเพิ่มขึ้น โดยเรามองแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะกลับไปเป็นขาขึ้นอีกในไม่ช้า โดยมีความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้การเพิ่มน้ำหนักยังเป็นการพักเงินลงทุนจากกองทุนสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ที่ภาพระยะสั้นเริ่มกลับมามีแนวโน้มไม่ชัดเจน และมีโอกาสผันผวนสูงขึ้น ขณะที่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์เสี่ยงเรายังไม่เห็นปัจจัยใหม่ๆ ที่จะทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงขึ้นต่อได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนระยะยาวแล้วความผันผวนที่มีเพิ่มขึ้น จะเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการสะสมกองทุนสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นเราจึงเตรียมพร้อมกลับเข้ามาลงทุนเมื่อมีโอกาส โดยพักเงินไว้ที่กองทุนตลาดเงินก่อน
กองทุนที่แนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดฟิลลิปบริหารเงิน (PCASH) กองทุนเปิดแอสเซท พลัส เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-FRF) กองทุนเปิดธนชาต บริหารเงิน (TCASH) กองทุนเปิดทหารไทย โกลบอล บอนด์ ฟันด์ (TMBGBF) กองทุนเปิดธนชาต โกลบอล บอนด์ ฟันด์ (T-GlobalBond) กรุงศรีโทเทิลรีเทิร์นบอนด์ (KF-TRB) กองทุนเปิดทหารไทยโกลบอล บอนด์ ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBGRMF) กองทุนเปิดธนชาตโกลบอล บอนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-GlobalBondRMF)
สำหรับกองทุนหุ้น ปัจจัยใหม่ๆ ที่จะช่วยให้กองทุนหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นต่อเริ่มหมดลงไป ทำให้โอกาสที่ระยะสั้นราคาสินทรัพย์เสี่ยงจะปรับตัวขึ้นแรงๆ คงเป็นไปได้ยากขึ้น ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจในยุโรปและจีน หรือว่าจะเป็นความกังวลต่อปัญหาหนี้ยุโรปที่กลับมาอีกครั้ง หลังสเปนมีแนวโน้มที่หนี้สาธารณะจะพุ่งขึ้นอีก ดังนั้นเราจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนระยะสั้น ขณะที่การลงทุนระยะยาวอาจเริ่มเห็นจังหวะที่ดีหากราคาหุ้นปรับตัวลดลง แนะนำให้รอโอกาสอย่างอดทนเพื่อกลับเข้า “ทยอยสะสม” เมื่อราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลง โดยยังคงเน้นกองทุนตลาดเกิดใหม่เป็นเป้าหมายในการสะสม
กองทุนที่แนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) กองทุนเปิด อเบอร์ดีนสมอลแค็พ (ABSM) กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFDIV-RMF)
กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล (KFLTFDIV) กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต ฟันด์ (ABGEM)
กองทุนเปิดอเบอร์ดีน เอเชีย แปซิฟิค เอคควิตี้ ฟันด์ (ABAPAC) กองทุนเปิดอเบอร์ดีน เอเชีย แปซิฟิค เอคควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ABAPACRMF) และกองทุนเปิดอเบอร์ดีน ไชนา เกทเวย์ ฟันด์ (ABCG)
สำหรับการลงทุนทางเลือก ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ยังคงยืนยันว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE3) ยังไม่มีความจำเป็น หากยังเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนผิดหวังและราคาทองคำก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ระยะสั้นจึงยังคงมีความเป็นไปได้ที่ราคาทองคำยังผันผวนอยู่ แต่ระยะยาวเชื่อว่าแนวโน้มราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นต่อ ทำให้เรามองว่าเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการสะสมกองทุนทองคำเพื่อลงทุนระยะยาวแนะนำ “ทยอยสะสม” เมื่อราคาทองคำปรับตัวลดลง กองทุนที่แนะนำ คือ กองทุนเปิดธนชาตทองคำแท่ง-H (TGold Bullion-H) ของ บลจ.ธนชาต รวมทั้งกองทุนเปิดเค โกลด์ (K-GOLD) กองทุนเปิดแอสเซท พลัส โกลด์ (ASP-GOLD) กองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL) และกองทุนเปิดแอสเซท พลัส ออยล์ (ASP-OIL)
ส่วนกองทุนน้ำมันฯ ปัจจัยความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตก จะเป็นตัวพยุงราคาน้ำมันไว้ในระดับสูงต่อไป







