
ภัยแล้งลามเขื่อนสิริกิติ์วิกฤติหนักในรอบ10ปี
ภัยแแล้งลุกลามหนักทำน้ำในขื่อนสิริกิติ์ลดระดับต่ำสุดในรอบ10ปีธุรกิจอาหารปลาจืดปิดกิจการ
ภัยแแล้งลุกลามหนักทำน้ำในขื่อนสิริกิติ์ลดระดับต่ำสุดในรอบ10ปีธุรกิจอาหารปลาจืดปิดกิจการ
นายสมคิด แข็งแรง ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ถึงขั้นวิกฤติแล้ว สามารถใช้งานได้เพียง 1,415 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระดับน้ำที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ทั้งนี้ เขื่อนต้องปล่อยน้ำตามที่กรมชลประทานกำหนดมากถึงวันละ 20-24 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งท้ายเขื่อน ที่ส่วนใหญ่ยังคงทำนาปรัง แต่มีน้ำต้นทุนไหลเข้าสู่เขื่อนเพียงวันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งเพียงต้นเดือนมีนาคมปล่อยน้ำไปแล้วจำนวน 4,500 ล้านลูกบาศก์เมตร เกินว่าที่กำหนด 300 ล้านลูกบาศก์ ดังนั้น หากเกษตรกรผู้ใช้น้ำยังไม่หยุดทำนาปรัง เขื่อนจะสามารถปล่อยน้ำได้เพียง 75 วัน หรือ 2 เดือน เพราะต้องมีน้ำต้นทุนเหลือไว้ในอ่างกักเก็บ
“ระดับในอ่างเก็บน้ำปีนี้วิกฤติ จนทำให้เกิดความวิตกกันถึงความมั่นคงของตัวเขื่อน เพราะน้ำที่แห้งขอดจนมองเห็นสันดอนผุดชัดเจน ได้มีการชี้แจ้งว่าไม่กระทบแน่นอน ขณะเดียวกันวิศวกรของเขื่อนได้มีการสำรวจความมั่นคงแข็งแรงตลอดเวลา ยิ่งมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในต่างประเทศยิ่งเพิ่มรอบในการสำรวจ และรายงานผล ต่อคณะผู้บริหารทุกวัน” นายสมคิดกล่าว และว่าช่วงเดือนเมษายนหากไม่มีฝนตกทางเหนือของเขื่อน หรือการทำฝนเทียมพื้นที่จ.น่านแล้วไม่ได้ผล คงประสานกรมชลประทานในการลดปริมาณการปล่อยน้ำออก เพื่อรักษาระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ที่ลดต่ำลงถึงขั้นวิกฤติ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่ยึดน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์เป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงชีพ ทั้งชาวประมงน้ำจืด และธุรกิจแพท่องเที่ยว จาการสำรวจพบว่าร้านจำหน่ายของฝากของที่ระลึก และอาหารประเภทปลาน้ำจืดของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์กว่า 50 ร้านค้าที่บ้านท่าเรือต.ท่าปลา อ.ท่าปลา ต้องปิดกิจการ







