
“ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” ซีอีโอคนล่าสุด บล.โกลเบล็ก
“ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” เป็นบุตรชายคนเล็กของ โอฬาร คูหาเปรมกิจ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 34% ในบริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ บริษัทโฮลดิงที่ถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (บล.โกลเบล็ก)
เขาเพิ่งขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.โกลเบล็ก เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แทน “พิษณุ วิชิตชลชัย” ที่ลาออกไป
ธนพิศาล กล่าวว่า จากนี้ไปคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรนี้อีกแล้ว หลังจากมีการลาออกของประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนแล้วคนเล่า นับตั้งแต่ปี 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทประสบกับปัญหาขาดทุน เนื่องจากธุรกิจการลงทุนขาดทุนในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
ไล่เรียงมาตั้งแต่ “ศราวุธ บุษยรัตน์” “ชนะชัย จุลจิราภรณ์” และลูกหม้ออย่าง “พิษณุ วิชิตชลชัย” ด้วยเหตุผลต่างกัน ชนะชัย ลาออกพร้อมนำลูกน้องร่วมร้อยชีวิตลาออกตามไปด้วย ขณะที่ พิษณุ ขอเกษียณอายุงานด้วยวัยกว่า 50 ปี
“ธนพิศาล” กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างศึกษางานว่ามีสิ่งใดที่จะต้องปรับปรุงบ้าง ก่อนวางวิสัยทัศน์ในการทำงานต่อไป โดยก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งนี้ เคยเป็นกรรมการบริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ ที่ต้องดูแลบริษัทลูกอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องปรับตัวมากนักในการเข้ามาบริหารงาน บล.แห่งนี้
ธนพิศาล กล่าวอีกว่า การขึ้นมาในตำแหน่งนี้ด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรก มีความพร้อมแล้ว หลังจากที่เข้ามาศึกษางานในธุรกิจนี้มาตั้งแต่ปี 2552 โดยเป็นกรรมการที่ดูแลด้านธุรกิจอนุพันธ์เป็นหลัก และประการที่สอง เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างราบรื่น หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงประธานเจ้าหน้าที่บริหารบ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การบริหารงาน เขาบอกว่า ได้ปรึกษามืออาชีพที่ทำงานใน บล.แห่งนี้มาตลอด คือ “กิตติพันธ์ ภูษณวรรณ” กรรมการผู้จัดการอาวุโส
สำหรับตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงในโฮลดิงแม่ บริษัทได้แต่งตั้ง “ธราภุช คูหาเปรมกิจ” ลูกพี่ลูกน้องของเขาที่เดิมเป็นผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจเข้ามาเป็นกรรมการแทน เนื่องจากมีความรู้เรื่องทองคำเป็นอย่างดี เพราะบริษัทแม่มีธุรกิจหลักคือค้าทองคำออนไลน์
“ธนพิศาล” วัย 31 ปี ปัจจุบันเข้ามาทำงานใน บล.โกลเบล็ก ครั้งแรกในฐานะที่ปรึกษาด้านการตลาดอนุพันธ์ สายงานธุรกิจหลักทรัพย์ ภายหลังเรียนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยวอร์ริก ด้านการเงิน จนกระทั่งปัจจุบันได้ปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอสตันอีกใบ
เขาเป็นคนหนุ่มหัวดีที่สมัยเรียนปริญญาตรีได้เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.62-4.00
“คุณพ่อให้เรียนทางด้านนี้ โดยวิชาที่เรียนจะเกี่ยวข้องกับอนุพันธ์โดยตรง โดยอนุพันธ์ในต่างประเทศจะหลากหลายกว่าเมืองไทย ทั้งอัตราแลกเปลี่ยน หุ้น”
หนุ่มคนนี้เรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ตั้งแต่ ป.16 จากนั้นไปจบมัธยมที่ออสเตรเลีย และปริญญาตรีที่สหรัฐ จากนั้นไปต่อปริญญาโทที่อังกฤษ
แม้ว่าเพิ่งเรียนจบ แต่ประสบการณ์ด้านการซื้อขายทองคำและอนุพันธ์เรียกได้ว่าเคยสัมผัสมาหมด เพราะใช้เวลาช่วงหยุดฤดูร้อนมาฝึกงานตามความถนัดของครอบครัวตลอด
เดือน พ.ค.-ส.ค. 2546 ได้บินกลับมาฝึกงานค้าทองที่บริษัท จี.จี.อาร์.แคปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทค้าทองทางอินเทอร์เน็ตของครอบครัว ปัจจุบันนี้บริษัทดังกล่าวยุบไปแล้ว
เดือน พ.ค.-ส.ค. 2547 อีกภาคฤดูร้อนหนึ่งของการเรียนที่บอสตัน ได้บินมาฝึกงานที่ บล.โกลเบล็ก มาฝึกงานด้านการตลาด ทั้งติดตามสถานการณ์ด้านการตลาดและดูแลลูกค้า
เขาได้กลับมาฝึกงานช่วงสั้นๆ ในเดือน มิ.ย.ก.ค. 2548 ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ในฝ่ายค้าเงินและโครงสร้างผลิตภัณฑ์ มีหน้าที่พัฒนาสินค้าข้อมูลตราสาร CDS ติดตามข่าวสารการวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์กและจัดทำรายงานเสนอตามที่ผู้จัดการต้องการ หาข้อมูลจากธนาคารต่างประเทศและติดตามสถานการณ์ตลาดเงินทั้งในและนอกประเทศ
ภายหลังจบปริญญาตรีปี 2549 กลับมาฝึกงานต่อที่บริษัทโฮลดิงที่บิดาเป็นประธานในปัจจุบันก่อนเรียนปริญญาโท
“ผมดูทุกด้านรวมถึงบริษัทในเครือ ศึกษาระบบทั้งหมด รวมถึงงานในแต่ละด้าน พร้อมๆ กับเตรียมตัวสอบเรียนต่อโท”
ฟังชีวิตการเรียนและการเตรียมพร้อมสำหรับงานของครอบครัวเขาแล้วน่าเคร่งเครียด และนึกไม่ออกว่าแยกร่างอย่างไร
ไม่น่าเชื่อว่าภาพลักษณ์ของชายคนนี้จะออกมาเป็นอย่างรูปที่เห็น แต่เขาเล่าว่าเป็นชีวิตปกติของเขาเอง เพราะทุกอย่างที่ทำลงไปเป็นสิ่งที่ชอบ แต่บังเอิญตรงกับใจบิดาด้วย
ยามว่าง “ธนพิศาล” ตอนนี้เปลี่ยนไปจากช่วงเป็นโสด ชอบเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เคยเล่นบอล เข้ายิม ยกเวต วิ่งบนลู่ช่วงเย็น วันเสาร์อาทิตย์ไปสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง แต่ตอนนี้ต้องอยู่บ้านช่วยภรรยาเลี้ยงลูกชายที่ยังเล็ก







