posttoday

จ้างนักศึกษาฝึกงานแทนจ่าย 300 บาท

12 เมษายน 2555

โดย...เดชา กิตติวิทนานันท์

โดย...เดชา กิตติวิทนานันท์

ปัญหาค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ขยายวงกว้างจนนายจ้างต้องเอาตัวรอด โดยการเลี่ยงบาลี จ้างนักศึกษาทำงานแทน ทนายคลายทุกข์ขอนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

1.การจ้างนักศึกษาฝึกงานแทนลูกจ้าง การจ้างนักศึกษาฝึกงานแทนลูกจ้าง ถ้าให้ทำหน้าที่เหมือนกับลูกจ้างประจำที่เคยว่าจ้าง พนักงานตรวจแรงงานอาจมองว่าเป็นการหลบเลี่ยงกฎหมาย ยกเว้นเป็นการว่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือบางครั้งบางช่วงเวลา เช่น ตามร้านสุกี้ให้ทำงานไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง และให้ค่าจ้างชั่วโมงละ 44 บาท แต่ถ้าให้นักศึกษาฝึกงานทำงานยาวนานเป็นเวลาหลายปี พฤติกรรมของนายจ้างชี้ชัดว่าจงใจหลบเลี่ยงกฎหมาย

2.การจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำกับการจ่ายค่าจ้างให้กับนักศึกษาฝึกงาน นิยามของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 คำว่า ลูกจ้าง หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร ดังนั้น การจ้างบุคคลมาทำงานเป็นลูกจ้างแต่เรียกชื่อว่า นักศึกษาฝึกงาน นักศึกษาฝึกงานจึงถือว่าเป็นลูกจ้าง และกฎหมายคุ้มครองแรงงานก็ไม่ได้มีบทบัญญัติเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำว่าใช้บังคับเฉพาะลูกจ้างทั่วไป ยกเว้นแรงงานเด็ก เมื่อตรวจดูจาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 90 เขียนไว้ชัดเจนว่า ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยไม่ได้ยกเว้นแรงงานเด็ก ดังนั้น นายจ้างน่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จะตกลงกันให้เป็นอย่างอื่นแตกต่างจากกฎหมายแรงงานในทางที่เป็นผลร้ายต่อลูกจ้างไม่ได้ โดยเฉพาะต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไม่ได้

3.การหลบเลี่ยงกฎหมายแรงงานเพื่อไม่ต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำทำได้หรือไม่ การพยายามหลบเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ถ้านายจ้างทำได้และทำสำเร็จเท่ากับว่า กระทรวงแรงงานไร้น้ำยา นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ก็แค่สร้างภาพหาเสียงประชานิยมเท่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังจะให้ผู้ใช้แรงงานไร้ฝีมือได้ลืมตาอ้าปากเหมือนดังที่ได้โฆษณาชวนเชื่อไว้ สมัยหน้าคงจะไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาลแล้ว ดังนั้น แนวทางที่ถูกต้องกระทรวงแรงงานจะต้องหาทางป้องกันมิให้นายจ้างกลายเป็นศรีธนญชัย เลี่ยงบาลีเหมือนดังที่เป็นข่าวอยู่

4.กฎหมายคุ้มครองแรงงานเด็กและผลเสียของการใช้แรงงานเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา 44 ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง

มาตรา 45 ในกรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างปฏิบัติดังนี้

(1) แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน

(2) จัดทำบันทึกสภาพการจ้างกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง พร้อมที่จะให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้ในเวลาทำการ

(3) แจ้งการสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เด็กออกจากงาน

มาตรา 46 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กมีเวลาพักวันหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงติดต่อกันหลังจากที่ลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกินสี่ชั่วโมง แต่ในสี่ชั่วโมงนั้นให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กได้มีเวลาพักตามที่นายจ้างกำหนด

มาตรา 47 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

นายจ้างอาจให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีและเป็นผู้แสดงภาพยนตร์ ละครหรือการแสดงอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันทำงานในระหว่างเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นได้พักผ่อนตามสมควร

มาตรา 48 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด

5.การบังคับใช้กฎหมายของพนักงานตรวจแรงงานเพื่อไม่ให้มีการเลี่ยงกฎหมาย กระทรวงแรงงานโดยเฉพาะกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ควรน่าจะรีบประกาศหรือกฎกระทรวงแจ้งไปยังนายจ้างทั่วประเทศ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข สำหรับนายจ้างในการจ้างนักศึกษาฝึกงาน ควรจะกำหนด เช่น มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ อย่าปล่อยให้นายจ้างคิดไปเอง ทำเอง เดี๋ยวมันจะเละกันไปใหญ่ หรือให้ทำผิดกติกาไปก่อน หลังจากนั้นจึงจับกุมดำเนินคดี แบบนี้ผมคิดว่าไม่เข้าท่า

6.การเลิกจ้างแรงงานไร้ฝีมืออาจเป็นการบีบให้ลูกจ้างพัฒนาตัวเองในอนาคตเพราะไม่มีคนจ้าง ลูกจ้างไร้ฝีมือทั้งหลาย หลังจากถูกเลิกจ้างหรือเปลี่ยนจากลูกจ้างรายเดือนเป็นลูกจ้างรายวัน ไม่มีวันหยุด ไม่มีสวัสดิการ เท่ากับบีบหรือถีบให้ลูกจ้างเหล่านี้พัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ประกอบการรายย่อยเต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนไต้หวันก็เป็นได้นะครับ ดังนั้น ค่าจ้างขั้นต่ำจะมีทั้งผลดีและผลเสีย ไม่ได้มีผลเสียอย่างเดียว

7.การตัดค่าอาหาร เครื่องแบบ รถรับส่งพนักงาน อาจทำให้ลูกจ้างร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ สภาพการจ้าง หากนายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเป็นสาระสำคัญในการจ้างงานแล้ว จะมาปรับลดหรือเปลี่ยนเงื่อนไขภายหลังไม่ได้ ยกเว้นลูกจ้างยินยอม หากฝ่าฝืนข้อตกลงนั้นไร้ผล ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 20 เว้นแต่การเปลี่ยนเงื่อนไขจะเป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่าเดิม

นายจ้างทุกคนอ่านแล้วระวังด้วยนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นจำเลยโดยจำเป็น

ข่าวล่าสุด

'พาณิชย์' คุมเข้มต้นทุนวัตถุดิบต้นน้ำ ใช้กฎหมายสกัดราคาสินค้าพุ่ง