
ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเออีซี (ตอน 1 : สิงคโปร์)
โดย...นคร สังขรัตน์
โดย...นคร สังขรัตน์
ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศใน AEC ตอนที่ 1 “สิงคโปร์”
วันนี้ถนนทุกสายต่างมุ่งสู่ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC” ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 ม.ค. 2558 หรืออีกเพียง 995 วัน ซึ่งนับจากนี้ไปบทความทุกตอนของผมจะชี้ให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศใน AEC ครับ สำหรับวันนี้ขอเริ่มต้นที่ช่องแคบมะละกา “สิงคโปร์”
“สิงคโปร์” ได้ชื่อว่าเป็นพญาอินทรีทางเศรษฐกิจในอุษาคเนย์ ด้วยประชากรเพียง 4.8 ล้านคน เทียบเท่ากับประชากร 5 จังหวัดทางภาคใต้ คือ สงขลา นครศรีธรรมราช ปัตตานี สตูล ยะลา นราธิวาส ขณะที่มีพื้นที่ 697 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่า จ.นนทบุรี แต่ขนาดจีดีพีมโหฬารเท่ากับจีดีพีของประเทศไทย 76 จังหวัดรวมกับกรุงเทพมหานครอีกเกือบ 1 ใน 3 เมื่อคำนวณรายได้ประชาชาติต่อหัวยิ่งเห็นภาพชัด เพราะสิงคโปร์มีรายได้ต่อหัวสูงถึง 43,117 เหรียญสหรัฐ สูงกว่าไทยถึง 10 เท่าทีเดียว
คราวนี้มาดูตัวเลขที่สภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ที่ทุกปีจะจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ โดยปี 2554-2555 จัดอันดับทั้งหมด 142 ประเทศ พบว่า สิงคโปร์อยู่อันดับ 2 ของโลก ขยับขึ้น 1 อันดับจากสองปีก่อน
มาดูรายละเอียดในตัวชี้วัดจากรายงานของ WEF จากทั้งหมด 111 ตัวชี้วัดที่แบ่งเป็น 3 กลุ่ม แยกเป็น 12 หมวด พบว่า สิงคโปร์ชนะเลิศเกือบทุกกลุ่มและทุกหมวด ได้อันดับที่ 1 ถึง 15 ตัวชี้วัด ติด Top 3 ถึง 41 ตัวชี้วัด ติด Top 5 ถึง 51 ตัวชี้วัด และติด Top 10 ถึง 72 ตัวชี้วัด และมีตัวชี้วัดที่อยู่ระหว่าง 11-50 ถึง 32 ตัวชี้วัด อยู่ 50-100 แค่เพียง 5 ตัวชี้วัด โดยมีเพียง 2 ตัวชี้วัดที่อยู่สูงกว่าอันดับ 100
กลุ่มแรก คือ ปัจจัยพื้นฐานมี 4 หมวด ประกอบด้วย ปัจจัยสถาบันที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ ความน่าเชื่อถือของสาธารณะต่อนักการเมือง ความเสียเปล่าจากการใช้จ่ายนโยบายภาครัฐ ความเป็นภาระจากกฎระเบียบภาครัฐ ความมีประสิทธิภาพของกฎหมายในการระงับข้อพิพาทต่างๆ ความโปร่งใสของนโยบายภาครัฐ ความเข้มแข็งในการคุ้มครองนักลงทุน ความน่าเชื่อถือต่อการทำงานของตำรวจ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การทุจริตในภาคธุรกิจ ความมีจริยธรรมทางธุรกิจ ศักยภาพกรรมการองค์กรธุรกิจ การคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ คุณภาพของการขนส่งทั้งทางอากาศ ทางเรือ ทางถนน ทางราง คุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานโดยรวม คุณภาพของระบบไฟฟ้าคุณภาพการขนส่งทางราง
ปัจจัยเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ การควบคุมอัตราเงินเฟ้อ อันดับเครดิตของประเทศ อัตราการออม ดุลงบประมาณรัฐบาล ด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ อัตราการป่วยโรคมาลาเรีย ผลกระทบของโรคมาลาเรียต่อภาคธุรกิจ คุณภาพของระบบการศึกษาขั้นประถมศึกษา อัตราการตายของทารก อายุเฉลี่ยประชากร
กลุ่มปัจจัยเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานมี 6 หมวด ประกอบด้วย การศึกษาขั้นอุดมศึกษาและการฝึกอบรมที่สิงคโปร์ทำได้ดี ได้แก่ คุณภาพของการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ระบบการศึกษาโดยรวม การให้การอบรมแก่พนักงานองค์กรธุรกิจ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในโรงเรียน คุณภาพของโรงเรียนวิชาชีพด้านการจัดการ
ประสิทธิภาพในตลาดสินค้าที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ ผลกระทบของธุรกิจจากกฎระเบียบการชักจูงการลงทุนในประเทศ ภาระของธุรกิจจากพิธีการทางศุลกากร อัตราการนำเข้าต่อจีดีพีที่สูง ความแพร่หลายของเจ้าของธุรกิจที่เป็นชาวต่างประเทศ ภาษีนำเข้า การแพร่หลายของการใช้กำแพงภาษี ต้นทุนจากนโยบายภาคเกษตร ความรวดเร็วในการจัดตั้งธุรกิจ แรงจูงใจในการลงทุนจากภาษีต่างๆ ขั้นตอนจัดตั้งธุรกิจ ความซับซ้อนของอุปสงค์ที่พิจารณาสินค้ามากกว่าปัจจัยด้านราคา
ประสิทธิภาพในตลาดแรงงานที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ ความเข้มงวดในการจ้างงาน การจ่ายเงินค่าจ้างตามประสิทธิภาพของแรงงาน สหภาพแรงงาน มาตรฐานการจ้างงานและการเลิกจ้าง ปัญหาสมองไหล เป็นต้น
ระดับการพัฒนาในตลาดการเงินที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ ระดับของความคุ้มครองทางกฎหมายต่อทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ กฎระเบียบของตลาดทุน ความง่ายในการเข้าถึงสินเชื่อ ความพร้อมของธุรกิจร่วมทุน ความเข้มแข็งของธนาคารพาณิชย์ ฯลฯความเพียงพอของการให้บริการทางการเงิน แหล่งเงินทุนระดับท้องถิ่น
ความพร้อมทางเทคโนโลยีที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ การถ่ายโอนเทคโนโลยีจากการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ ความเร็วของอินเทอร์เน็ต การดูดซับเทคโนโลยีในระดับธุรกิจและในด้านขนาดของตลาด ที่สิงคโปร์ทำได้ดี ได้แก่ ขนาดของตลาดต่างประเทศ
สำหรับกลุ่มปัจจัยด้านนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญทางธุรกิจมี 2 หมวด ประกอบด้วย ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจที่สิงคโปร์ทำได้ดีเยี่ยม ได้แก่ การพัฒนาคลัสเตอร์และการพัฒนาธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า และในด้านนวัตกรรมที่สิงคโปร์ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาควิชาการในด้านการวิจัยและพัฒนา และค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจ
น่าทึ่งใช่มั้ยครับ วันพรุ่งนี้มาต่อที่ “เสือเหลือง” มาเลเซียกัน







