
ฟุ้งสินค้าเกษตรฉลุย‘เออีซี’
รัฐมั่นคุมมาตรฐานตามเกณฑ์สากลชาวนาชี้มีแค่พ่อค้าที่รับผลประโยชน์
รัฐมั่นคุมมาตรฐานตามเกณฑ์สากลชาวนาชี้มีแค่พ่อค้าที่รับผลประโยชน์
กระทรวงเกษตรฯ ฟุ้ง สินค้าเกษตรไทยไปไกลในเวทีอาเซียน
น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่า สินค้าเกษตรไทยจะสามารถผ่านทุกเงื่อนไขของมาตรฐานกลางสินค้าเกษตรอาเซียน ภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 เนื่องจากปัจจุบันสินค้าเกษตรไทยได้รับการยอมรับไปทั่วโลกแล้ว
ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรฯ มี พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 สำหรับคุมคุณภาพการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ
“สินค้าเกษตรของไทยมี พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตระดับฟาร์มไปจนถึงออกเป็นผลิตภัณฑ์ มีการให้เครื่องหมายอักษรภาษาอังกฤษตัวคิว Q สีเขียว เป็นการแสดงว่าผ่านมาตรฐานการผลิตที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ไล่เบี้ยกลับมาได้ว่าสินค้าที่มีปัญหานั้นมาจากที่ไหน ผลิตเมื่อไหร่” ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว
พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งให้ความรู้กับเกษตรกรในการปรับตัวเข้าสู่ระบบการผลิตที่ดี เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มตามแนวทางของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) แต่ยอมรับว่าปัญหาสำคัญที่จะทำให้สินค้าเกษตรไทยอาจจะเสียเปรียบคู่แข่งคือ ราคา เนื่องจากต้นทุนการผลิตทั้งในเรื่องของวัตถุดิบและค่าจ้างต่างๆ สูงกว่าประเทศคู่แข่งค่อนข้างชัดเจน
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สศก.จะจัดทำข้อมูลด้านการผลิตสินค้าเกษตร ด้านมาตรฐานสินค้าในแต่ละประเทศ ต้นทุนการผลิต ผลผลิตต่อไร่ รวมถึงระบบการขนส่ง อัตราภาษี ทั้งหมดเพื่อเป็นคู่มือให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเป็นโอกาสในการแข่งขันจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ทางด้านเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดเออีซีนั้น สศก.จะมีกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรหรือกองทุนเอฟทีเอมาดูแลและช่วยเหลือเกษตรกรให้ปรับระบบการผลิตใหม่ ซึ่งที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างการผลิตในพืชหลายชนิด เช่น หอมแดง กระเทียม และการเลี้ยงโคนม
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า การเปิดเออีซี ชาวนาไม่รู้จักว่าคืออะไร แต่จากราคาข้าวที่สูงจากนโยบายของรัฐประกอบกับต้นทุนการผลิตของไทยที่สูงจากราคาปุ๋ย ยา และค่าจ้างงาน ก็เชื่อว่าการเปิดเสรีครั้งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลดีอะไรกับชาวนาไทยและเกษตรกรไทยโดยรวม แต่จะเป็นโอกาสของพ่อค้าและผู้ประกอบการมากกว่าที่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรง







