
หมดยุค‘เสือนอนกิน’
กลต.ลั่นไม่ล้มเปิดเสรีธุรกิจบล.บังคับวิเคราะห์หุ้นเค้นคุณภาพ
กลต.ลั่นไม่ล้มเปิดเสรีธุรกิจบล.บังคับวิเคราะห์หุ้นเค้นคุณภาพ
ก.ล.ต. ยันเดินหน้าเปิดเสรีโบรกเกอร์คอมมิชชัน ไม่สนับสนุนการผูกขาด เตรียมบังคับ บล.ทำบทวิเคราะห์ อิงส่วนแบ่งตลาด
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ได้ทบทวนข้อเสนอให้มีการยกเลิกการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์แล้ว และยืนยันว่าจะเดินหน้าเปิดเสรีต่อไป ทั้งในส่วนของใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียมซื้อขาย (คอมมิชชัน)
ทั้งนี้ ก.ล.ต.เห็นว่า ตลาดการเงินโลกมีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก ขณะที่อีก 2 ปีกว่าจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ทำให้ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมรับการแข่งขัน
นอกจากนี้ ในฐานะที่ ก.ล.ต.เป็นผู้กำกับและพัฒนาตลาดทุนจะต้องมองรอบด้านและคำนึงถึงประโยชน์วงกว้างต่อผู้ลงทุน ซึ่งการเปิดเสรีจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น มีการกระจายรายได้ที่เหมาะสม ลดการพึ่งพิงคอมมิชชัน ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต.และผู้เกี่ยวข้องพยายามสนับสนุนและพัฒนาให้โบรกเกอร์สามารถทำธุรกรรมอื่นๆ ได้มากขึ้น ตลาดทุนพัฒนาไปไกลมากจนไม่สามารถถอยหลังได้อีก
“ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินหน้าต่อไป เราถอยไม่ได้แล้ว เพราะการแข่งขันกำลังรออยู่ข้างหน้า ก.ล.ต.ไม่สนับสนุนการผูกขาด เพราะการผูกขาดไม่ได้ช่วยให้คุณภาพบริการดีขึ้น แต่ทำให้นิ่งนอนใจในการพัฒนาตัวเองและปัจจุบันอุตสาหกรรมหลักทรัพย์มีกำไรสูงถึงปีละ 6,000-7,000 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 10% ทำไมยังต้องมีการประกันราคาอยู่อีก” นายวรพล กล่าว
เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.เห็นด้วยที่สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ออกมาแสดงจุดยืน เรื่องการมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับคุณภาพการให้บริการ และเพื่อเป็นการคุ้มครองนักลงทุน ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดออกประกาศหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจให้โบรกเกอร์ทุกรายไม่ว่าเก่าหรือใหม่ ต้องจัดให้มีบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานตามจำนวนที่กำหนดไว้ และต้องทำตามแนวทางและมาตรฐานที่สมาคมนักวิเคราะห์กำหนด
กำหนดให้โบรกเกอร์ต้องมีกระบวนการให้ข้อมูลหุ้นที่ได้จัดทำบทวิเคราะห์แก่ผู้แนะนำการลงทุน (มาร์เก็ตติง) เป็นประจำทุกวันก่อนตลาดเปิดการซื้อขาย เพื่อให้มั่นใจว่ามาร์เก็ตติงจะได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในบทวิเคราะห์ที่จัดทำขึ้น เพื่อประโยชน์ในการให้คำแนะนำ และเป็นการป้องกันไม่ให้มาร์เก็ตติงให้คำแนะนำการลงทุนผ่านมุมมองของตัวเอง แต่ต้องเป็นคำแนะนำผ่านมุมมองของบริษัท
“ที่ผ่านมายังไม่เห็นสมาคมฯ มีข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพที่ชัดเจน ก.ล.ต.จึงออกหลักเกณฑ์นี้มาเพื่อใช้บังคับ โดยจะเสนอให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนพิจารณาเร็วๆ นี้ ก่อนประกาศใช้ต่อไป ซึ่ง ก.ล.ต.มั่นใจว่า จะไม่มีปัญหาเรื่องจำนวนนักวิเคราะห์ เพราะปัจจุบันมีผู้มาขึ้นทะเบียนจำนวน 339 คน ถือว่าเพียงพอต่อทั้งอุตสาหกรรม ” นายวรพล กล่าว
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์กล่าวว่า ก.ล.ต.เตรียมออกประกาศมาบังคับให้โบรกเกอร์จัดทำบทวิเคราะห์ตามเกณฑ์ที่กำหนดนั้นจะไม่เป็นภาระต่อ บล. เพราะปัจจุบันโบรกเกอร์ทุกแห่งออกบทวิเคราะห์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว เพียงแต่ไม่มีการบังคับเท่านั้น และบทวิเคราะห์มีผลต่อค่าคอมมิชชันน้อยไม่เกิน 0.005%
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์จะต้องมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งสมาคมฯ ได้ออกแบบเกณฑ์เรื่องคุณภาพ 5-6 ข้อ เช่น ต้องมีความละเอียดรอบคอบ ต้องติดต่อข้อมูลจากผู้บริหาร บจ. จัดทำการประมาณการผลดำเนินงาน 2 ปี และการเปลี่ยนคำแนะนำการลงทุนจะต้องมีหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์รับทราบข้อมูล







