posttoday
มองภาพอนาคตไทย 10 ปีข้างหน้า : เกาเหลาไม่งอก

มองภาพอนาคตไทย 10 ปีข้างหน้า : เกาเหลาไม่งอก

08 มีนาคม 2553

...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

เดือนที่ผ่านมา ผมเล่าถึงภาพอนาคตประเทศไทยปี 2562 ไปแล้ว 2 ภาพ สัปดาห์นี้มาต่อกันที่ภาพสุดท้ายที่ชื่อว่า “เกาเหลาไม่งอก” ครับ ที่ชื่อนี้ก็เพราะภาพย่อยต่างๆ เปรียบเสมือนเครื่องปรุงหลากชนิดในเกาเหลานั่นเอง

สังคมกลียุค

ความแตกต่างและความขัดแย้งทางการเมืองที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคม ระบบพวกพ้องและระบบอุปถัมภ์ที่ยังดำเนินอยู่ รวมทั้งปัญหาการคอร์รัปชันที่ไม่มีวันหมดสิ้นแม้จะมีกลไกติดตามและตรวจสอบ ส่งผลให้ในปี 2562 เกิดสงครามกลางเมืองในพื้นที่เกือบทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร และเริ่มลามไปที่เมืองใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ สถานการณ์เลวร้ายที่ไม่มีใครฟังใครอีกต่อไป แม้แต่สถาบันตุลาการที่พยายามชี้แนะทางออกให้กับสังคมและคำวิงวอนของผู้นำศาสนา สังคมเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันหลักทั้งหมดที่เคยเป็นที่ยึดเหนี่ยวและไม่มีอัศวินม้าขาวดังเช่นเคยอีกต่อไป ความขัดแย้งไม่ได้มีเพียงคน 2 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะมีผู้นำที่เข้มแข็งซึ่งคนในกลุ่มเปรียบเสมือนสาวก หรือมีบทบาทเป็นผู้ตามที่พร้อมจะทำตามทุกเรื่องโดยไม่มีวิจารณญาณ

วิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้ปัญหาปากท้องเป็นเหตุที่สำคัญซึ่งทำให้เกิดช่องว่างที่ห่างมากจนแทบมองไม่เห็นกัน ระหว่างชนชั้นในสังคมที่ได้จากความสามารถในการแย่งชิงทรัพยากรแตกต่างกัน เมื่อปัญหาปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ คนเริ่มไม่สนใจหลักจริยธรรมในการดำรงชีวิตและขาดสำนึกสาธารณะ นักการเมืองที่ฉ้อฉลได้เห็นโอกาสนี้เอาเหยื่อมาล่อประชาชนชั้นล่างของสังคมที่กำลังหิวโหย สื่อมวลชนที่มีคุณภาพลดลงจากการแทรกซึมของนักการเมืองและนักธุรกิจการเมือง สื่อและเทคโนโลยีในการสื่อการแต่ละประเภทใช้เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดผลการเลือกตั้ง ขณะที่ภาคท้องถิ่นมีความอ่อนแอลงและเกิดความขัดแย้งระหว่างส่วนกลางกับผู้มีอำนาจในท้องถิ่น อันเป็นผลจากการเพิ่มอำนาจให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและการลดอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการแก้กฎหมายงบประมาณเพื่อให้สามารถควบคุมงบประมาณจากส่วนกลาง

คนไร้สัญชาติก่อความไม่สงบ

จากการบริหารจัดการของภาครัฐที่มีต่อ “แรงงานข้ามชาติ” และคนไร้สัญชาติ หรือบุคคลที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้มีสถานะเป็นสมาชิกของประเทศใด หรือไม่มีประเทศใดรับว่าเป็นสมาชิกหรือเคยเป็นสมาชิกของประเทศ ซึ่งแตกต่างจากการปฏิบัติกับคนในชาติ ทั้งสถานะบุคคล บัตรประจำตัวบุคคล สภาพการทำงาน ค่าจ้าง และรายได้ ความปลอดภัยในการทำงาน ร่างกาย สิทธิชีวิตและทรัพย์สิน สิทธิในการรวมกลุ่ม การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพอนามัย การบริการทางสาธารณสุข รวมทั้งกลไกคุ้มครองสิทธิและกระบวนการยุติธรรม ด้วยข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการอพยพโยกย้ายถิ่นเข้าสู่ประเทศในด้านลบ ทั้งด้านสังคมที่อาจส่งผลให้เกิดการลักลอบเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ อาชญากรรม ยาเสพติดและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ผู้ติดตามและเด็กไร้สัญชาติ สาธารณสุขและสิ่งแวดล้ม รวมทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจ อาทิ การเข้ามาทดแทนการขาดแคลนแรงงานในประเทศ ส่งผลลบต่อภาคการผลิต ทำให้ไทยมีรายได้มวลรวมเพิ่มสูงขึ้น โครงสร้างค่าจ้างแรงงานไทย และการแข่งขันทางธุรกิจของแรงงานต่างด้าว และผลกระทบด้านการเมืองและความมั่นคงภายในประเทศ

ในปี 2562 การละเลยและเลือกปฏิบัติที่สะสมมาเป็นระยะเวลายาวนานได้สร้างความขุ่นเคืองและเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมากพอที่จะปะทุทำให้แรงงานต่างด้าวมีจำนวนมากเพิ่มขึ้นทุกปี รวมตัวกับกลุ่มบุคคลไร้สัญชาติที่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ก่อความวุ่นวายบานปลายกลายเป็นสถานการณ์ไม่สงบขึ้นภายในประเทศ เพื่อเรียกร้องการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ รวมทั้งการยอมรับสถานภาพบุคคลในทางกฎหมายและทางสังคม การเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ ด้านการศึกษา สาธารณสุข และกระบวนการยุติธรรม การมีส่วนร่วมในชุมชนและได้รับโอกาสเป็นสมาชิก โอกาสถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ เสรีภาพในการบริโภคและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารจากแหล่งบริการต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนและภายนอกชุมชน

มาตรฐานการศึกษาตกต่ำ

ความสามารถทางการแข่งขันของประเทศที่ลดลง จากการจัดอันดับของ International Institute for Management Development นอกจากจะสะท้อนความสามารถในการพัฒนาประเทศแล้ว ยังสะท้อนความสามารถในการพัฒนาคนในชาติที่เท่าทันกับการแข่งขันด้วย ซึ่งกลไกในการพัฒนาคนคงหลีกไม่พ้นระบบการศึกษาของไทย ที่แม้ว่าจะขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น 9 ปี เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้เข้าเรียนมีจำนวนมากขึ้น และมีระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น แต่คุณภาพการศึกษาและระดับการศึกษาของแรงงานไทยกลับไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ในปี 2562 ระบบการศึกษาแบบไทยของรัฐบาลที่เน้นปริมาณจึงถูกท้าทายความเชื่อมั่นและการยอมรับของสังคมต่อระบบการศึกษาลดน้อยถอยลง การศึกษาในระดับขั้นพื้นฐานสังคมหันไปนิยมการศึกษาหลักสูตร 2 ภาษา หรือโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนกวดวิชาเป็นหลัก เพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่หลากหลายทั้งเชื้อชาติและวัฒนธรรม ผู้สำเร็จการศึกษาชั้นสูง 50% จบจากต่างประเทศ มีสถาบันการศึกษาจากต่างประเทศมาเปิดในไทยมากขึ้นเพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศ แรงงานชั้นดีที่มีศักยภาพในการแข่งขันไม่ได้มาจากระบบการศึกษาไทย ชนชั้นทางสังคมถูกแบ่งด้วยการศึกษาและมีช่องว่างระหว่างคนมากขึ้น

ภาพอนาคตข้างต้นมีโอกาสจะเกิดขึ้นมากบ้าง น้อยบ้าง ภาพที่เราอยากเห็นจะต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ส่วนภาพที่ไม่อยากเห็นแต่ดันมีโอกาสเกิด อย่างเช่น สังคมกลียุคต้องช่วยกันตัดไฟเสียแต่ต้นลมครับ สัปดาห์หน้าพบกันใหม่ครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน