
คลังยืนยันกองทุนค่าต๋ง ปิดทางการเมืองแทรก
โต้งยันเก็บเงินค่าต๋งแบงก์รัฐเข้ากองทุนพัฒนาประเทศ จะไม่เปิดทางให้การเมืองนำไปใช้ประโยชน์
โต้งยันเก็บเงินค่าต๋งแบงก์รัฐเข้ากองทุนพัฒนาประเทศ จะไม่เปิดทางให้การเมืองนำไปใช้ประโยชน์
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ. เพื่อรองรับการเก็บเงินจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเข้ากองทุนพัฒนาประเทศ 0.47% จากฐานเงินฝาก รวมถึงการลดเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากเหลือ 0.01% โดยการจัดตั้งกองทุนพัฒนาประเทศนี้จะนำไปใช้เพื่อภารกิจของธนาคารรัฐที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยขอยืนยันว่าหลักการของ พ.ร.บ.จะไม่เปิดกว้างจนควบคุมได้ยาก และจะปิดทางไม่ให้นำเงินไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์หรือเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งจะประสานไปยังสภาให้ช่วยลัดคิวในการออก พ.ร.บ.ดังกล่าวให้เร็วขึ้น
กรณีเหตุระเบิดในภาคใต้นั้นไม่อยากให้ความสนใจว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร อยากให้มองถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชน ขณะนี้ต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) อนุมัติให้นำเงินจากกองทุนไปช่วยสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจากการหารือร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็เสนอให้ไปพิจารณาแนวทางดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระเบิด
นอกจากนี้ ยังขอให้สถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชนไปช่วยคิดว่าจะผ่อนผันการชำระหนี้ให้กับคนที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังทำเรื่องขยายเวลาที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ประกอบการที่จะเข้าไปลงทุนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. จะไปเร่งรัดให้
กรณีการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ที่ผู้ประกอบการระบุว่าจะต้องมีการปลดพนักงานเพื่อลดต้นทุนนั้น ค่าจ้างที่ปรับขึ้นนี้จะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เพราะเงินที่แรงงานได้รับจะถูกนำมาใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ







