
อัสซุสเทคบุกตลาดไทยครั้งแรกในรอบ 10ปี
อัสซุสเทค ขยายธุรกิจใหม่ “พีซี” บุกตลาดไทยครั้งแรกในรอบ 10ปี เจาะ3 กลุ่มเป้าหมายหลัก หวังกวาดส่วนแบ่งตลาด5%ในปีแรก
อัสซุสเทค ขยายธุรกิจใหม่ “พีซี” บุกตลาดไทยครั้งแรกในรอบ 10ปี เจาะ3 กลุ่มเป้าหมายหลัก หวังกวาดส่วนแบ่งตลาด5%ในปีแรก
นายมนต์ธีร์ วุฒิรงค์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์(ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้า-อุปกรณ์ไอทีคอมพิวเตอร์ภายใต้แบรนด์“อัสซุส”(ASUS) เปิดเผยว่าหลังจากได้รับการเลื่อนขั้น(โปรโมท)ในตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 1เม.ย. พร้อมดำเนินนโยบายขยายธุรกิจใหม่ในกลุ่มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคล(พีซี) ภายใต้แบรนด์“อัสซุส”เป็นครั้งแรกในไทย หลังอยู่ในตลาด 10ปี
สำหรับแผนธุรกิจใหม่ดังกล่าวทำตลาดใน 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ 1.กลุ่มผู้เล่นเกม(เกมเมอร์) ภายใต้ชื่อ “อาร์โอจี ไททัน เกมมิง เดสค์ท็อป” รองรับความต้องการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ(เดสค์ ท็อป) ที่มีประสิทธิภาพและสมรรถนะเครื่องสูงกว่าพีซีปกติ โดยอัสซุส ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ทำให้เครื่องเร็วขึ้น หรือแรงขึ้น(โอเวอร์คล็อก) ได้แบบทันที(เรียลไทม์) เป็นต้น วางราคาจำหน่าย8.9 หมื่นบาท
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่ 2 คือ ตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเชิงพาณิชย์ (คอมเมอร์เชียล พีซี) โดยบริษัทได้พัฒนาฝ่ายขายและบริการหลังการขายเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการทำตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กร หรือ โปรเจคส์ใหม่ๆ ซึ่งบริษัทเห็นโอกาส จากตลาดสินค้าพีซีประกอบเอง หรือ ดี.ไอ.วาย และในตลาดสินค้าโลคัลแบรนด์ ผู้ประกอบการพีซียี่ห้อท้องถิ่นในไทยที่มีจำกัดราย อาทิ เอสวีโอเอ, โพเวลล์ เป็นต้น
ขณะที่กลุ่มเป้าหมายที่ 3 คือ ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลผู้ใช้งานทั่วไป(คอนซูเมอร์) ซึ่งบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานด้านต่างๆโดยเฉพาะ ซึ่งบริษัทจะประกอบและนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปมาจากประเทศจีนภายใต้แนวคิด “ออลล์ อิน วัน พีซี” คาดเปิดตัวในไตรมาส2 หรือ ราวเดือนพ.ค.นี้ วางราคาจำหน่ายประมาณ 1หมื่นบาทขึ้นไป
สำหรับการทำตลาดสินค้ากลุ่มใหม่นี้ เป็นนโยบายระดับท้องถิ่น(โลคัล โพลีซี) ที่บริษัทแม่ในไต้หวัน อนุญาตให้แต่ละประเทศดำเนินธุรกิจที่มีความเหมาะสมกับสภาพตลาดในแต่ละประเทศนั้นๆ โดยในประเทศไทย มองว่าขณะนี้เป็นจังหวะดีในการทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้ หลังจากทำตลาดอุปกรณ์ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์(คอมโปแนนท์)ต่างๆ อาทิ มาเธอร์บอร์ด, วีจีเอการ์ด และอุปกรณ์เครือข่าย ฯลฯ และเป็นที่รู้จักในช่วงที่ผ่านมา
“บริษัทได้เปรียบในเรื่องชิ้นส่วนคอมโปเนนท์ต่างๆ ที่เป็นผู้ผลิตเอง โดยเห็นช่องว่างจากความต้องการการตลาดประกอบเครื่องเองที่ยังมีอยู่สูงในไทย” นายมนต์ธีร์ กล่าว
ทั้งนี้แผนดำเนินธุรกิจดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การทำตลาดแบบครบวงจรในปีนี้ ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์กลุ่มโฮมโซลูชัน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเกมมิง แอท โฮม, กลุ่มมัลติมีเดียภายในบ้านเพื่อความบันเทิง และกลุ่มที่3 คือ กลุ่มโฮมออฟฟิศ ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานทั่วไป จนถึงระดับสูง เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะไม่สร้างการแข่งขันด้านราคา แต่สร้างความแตกต่างจากมูลค่าเพิ่มเป็นหลัก
ปัจจุบันตลาดพีซีในไทย คาดอยู่ที่9แสน-1 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นกลุ่มดี.ไอ.วาย 8แสนเครื่อง โดยอัสซุสมีส่วนแบ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบเครื่องในตลาดนี้กว่า 5แสนเครื่อง และกลุ่มเดสค์ท็อป หรือ พีซี อินเตอร์แบรนด์ ราว2.-2.5 แสนเครื่อง ซึ่งตลาดดังกล่าวมีอัตราเติบโตคงที่ตลอดช่วง3ปีที่ผ่านมา โดยในปีแรกของการทำตลาดบริษัทคาดมีส่วนแบ่งราว 2-5% จากตลาดรวม
สำหรับรายได้บริษัทในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,600 ล้านบาท โตขึ้น12%จากปีก่อน โดยในไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 450 ล้านบาท และวางเป้ารายได้ปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้น 3-5% จากปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์โอเพน แพลทฟอร์มในประเทศมีมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นมาเธอร์บอร์ด 1,500 ล้านบาท, วีจีเอการ์ด 900 ล้านบาท เน็ตเวิร์ค โซลูชัน 40 ล้านบาท และจอแอลซีดี 3,000 ล้านบาท







