
แผนรับเชื้อเพลิงขาด
ปิดห้างเร็วขึ้น2ชม.ลดใช้ไฟฟ้าจำกัดรถวิ่งเข้าเมืองวันคู่-วันคี่
ปิดห้างเร็วขึ้น2ชม.ลดใช้ไฟฟ้าจำกัดรถวิ่งเข้าเมืองวันคู่-วันคี่
ชูแผนสำรองเชื้อเพลิงขาด ปิดห้างเร็วขึ้น 2 ชั่วโมง จำกัดรถวิ่งเข้าเมืองวันคู่วันคี่
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการ ซ้อมแผนรองรับสภาวะวิกฤตด้าน พลังงาน ว่า กรณีเลวร้ายสุด ประเทศ อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ 1 เดือน ทำให้การขนส่งน้ำมันของประเทศในตะวันออกกลางหายไป 17-18 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือการจัดส่งก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่ามีปัญหา มาตรการที่จะนำมาใช้ คือ 1.เขต กทม.ขอความร่วมมือปิดห้างสรรพสินค้าเร็วขึ้น 2 ชั่วโมง เพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 27 องศาเซลเซียส 2.จำกัดรถยนต์ที่วิ่งเข้าเมืองวันคู่วันคี่ และ 3.ขอความร่วมมือกับอาคารควบคุมลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
ด้านการจัดหาเชื้อเพลิงให้ประสานกับผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม จัดหาปริมาณก๊าซเพิ่มเติมพร้อมกับผ่อนผันให้นำก๊าซที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ในสัดส่วน 28% จากปกติกำหนดไว้ไม่เกิน 23% เข้าระบบท่อได้
ประเด็นที่เป็นห่วง คือ ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ให้ไปปรับลดการใช้ภาคอุตสาหกรรม ปิโตรเคมีและขนส่ง ส่วนการบริหารปริมาณน้ำมันให้ใช้แผนการสำรองน้ำมันที่เตรียมไว้ 64 วันมาปรับใช้ และงดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้ขึ้นทะเบียนเครื่องปั่นไฟฟ้าที่มีอยู่ตามโรงแรม โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้ทราบว่ามีกำลังไฟฟ้าสำรองอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง เป็นการประมวลภาพรวมของกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งยืนยันว่ามาตรการต่างๆ เหล่านี้จะสามารถรักษาความมั่นคงด้านพลังงานได้
รมว.พลังงาน กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การซ้อมแผนรอบนี้ทำให้ทราบถึงปัญหาหลายอย่างที่กระทรวงต้องเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า เพราะหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงจะดำเนินการไม่ทัน เช่น กรณีก๊าซหยุดจ่ายต้องหาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเพิ่มเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าแทน ต้องรู้ว่าจะจัดหารถขนน้ำมันได้ที่ไหนเพราะใช้ปริมาณมาก
กรณีการห้ามส่งออกน้ำมัน อาจกระทบกับประเทศลาวที่นำเข้าน้ำมันจากไทยสัดส่วน 80% จะกระทบกับความสัมพันธ์หรือไม่ เพราะไทยก็ต้องสำรองไว้ใช้ในประเทศเช่นกัน อาจไม่มีน้ำมันส่งให้ ตลอดจนการนำมาตรการประหยัดพลังงานมาใช้อย่างจริงจังมากขึ้น เพราะเป็นหนทางที่สอดคล้องกับสถานการณ์
สำหรับ 4 ลำดับเหตุการณ์สมมติเบื้องต้นที่นำมาใช้เป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้ ได้กำหนดวันที่เกิดเหตุการณ์มีระยะใกล้กัน ประกอบไปด้วย 1.วันที่ 20 มี.ค. โรงไฟฟ้า Gheco One มีปัญหาการทำสอบไม่ผ่านข้อกำหนดต้องเลื่อนการจ่ายไฟฟ้า 2.วันที่ 23 มี.ค. การจ่ายก๊าซแหล่งบงกชใต้พบปัญหาระหว่างทดสอบ ไม่สามารถจ่ายก๊าซได้ในเดือน เม.ย. 3.-วันที่ 4 เม.ย. การปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบการขนส่งน้ำมันมาไทย และ 4.วันที่ 8-17 เม.ย. แหล่งก๊าซในพม่าปิดซ่อมบำรุง







