
ทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ
โดย..สาธิต บวรสันติสุทธิ์
โดย..สาธิต บวรสันติสุทธิ์
เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ข่าวกรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างพนักงานรักษาความปลอดภัยของรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพร้อมพงษ์และครอบครัวชายชาวต่างชาติ ก็คงเป็นข่าวหนึ่งที่อยู่ในความสนใจของชาวไทยทุกคนว่า ใครเป็นผู้ผิด หากเรามามองย้อนลำดับเหตุการณ์ดู พบว่า ครอบครัวของชายชาวต่างชาติดังกล่าวไปฉลองลูกสาวจบการศึกษาชั้นอนุบาล 3 และในมือถือช่อตุ๊กตาและลูกโป่ง 5 ใบ ขึ้นมาจากสถานีสุรศักดิ์และมาเปลี่ยนรถที่สถานีสยาม เพื่อไปสายสุขุมวิท ไปลงที่สถานีพร้อมพงษ์ เพื่อไปรับประทานอาหาร จากนั้นก็ได้ขึ้นมาอีกรอบ เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัย เห็นว่ามีการถือลูกโป่งเข้ามา เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับผู้โดยสารท่านอื่น จึงเข้าไปห้ามปราม แต่ก็มีการทะเลาะวิวาทกันตามที่ปรากฏในคลิป
ผมเองไม่ทราบว่าผลการตัดสินใครเป็นผู้ผิด ระหว่าง รปภ. BTS สถานีพร้อมพงษ์กับฝรั่ง แต่ที่ดีใจก็คือ การที่ผู้บริหาร BTS ได้มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ BTS สถานีสุรศักดิ์และสยาม ที่ละเลยหน้าที่ ปล่อยให้ฝรั่งพร้อมลูกโป่งขึ้นมาบนรถไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นการทำผิดกฎที่ห้ามนำลูกโป่งขึ้นรถไฟฟ้า เพราะหากเจ้าหน้าที่ทั้งสองสถานีดังกล่าวทำหน้าที่ของตนตั้งแต่ทีแรก ปัญหานี้ก็ไม่เกิด ฝรั่งก็จะไม่เข้าใจผิดว่าการนำลูกโป่งขึ้นรถไม่ใช่ความผิด (และโชคดีที่การนำลูกโป่งขึ้นรถไฟฟ้าครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ กับผู้โดยสารคนอื่น ยังสงสัยอยู่ว่าหากในช่วงนี้มีข่าวเหตุร้ายแรงจากการนำลูกโป่งขึ้นรถไฟฟ้า ผลลัพธ์ของข่าวนี้จะเป็นอย่างไร)
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่งของการไม่ทำหน้าที่ หรือการไม่ยึดมั่นในจรรยาบรรณของตน ก็สามารถส่งผลเสียหายให้เกิดขึ้นได้มากพอๆ กับการทำผิดหน้าที่หรือทำผิดจรรยาบรรณเช่นกัน กรณีนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจพวกเราได้ดีกรณีหนึ่งที่พวกเรามักเข้าใจกันผิดว่า หากอยู่เฉยๆ ก็ไม่ถือว่ามีความผิด คล้ายๆ กับเข้าใจผิดว่าการนั่งเงียบไม่ออกความเห็นในที่ประชุมถือว่า ไม่ต้องรับผิดชอบกับข้อสรุปในที่ประชุม หรือการอยู่เงียบๆ ไม่แสดงความเห็น ก็ถือว่าเป็นกลาง เป็นต้น
การทำหน้าที่หรือการทำถูกต้องตามจรรยาบรรณคือ ทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ในทางกลับกัน การไม่ทำหน้าที่หรือการไม่ทำถูกต้องตามจรรยาบรรณ คือ ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ ดังนั้นการอยู่เฉยไม่ทำหน้าที่จึงถือว่าเป็นการผิดต่อหน้าที่หรือจรรยาบรรณเช่นกัน
ไม่เพียงกรณี BTS เท่านั้นที่เป็นตัวอย่างของการขาดจรรยาบรรณ เรายังได้พบปัญหาของการขาดจรรยาบรรณมากมายในปัจจุบัน ไม่ว่ากรณีข่าวบุคลากรทางการแพทย์ที่พัวพันกับความผิดกรณียาซูโดอีเฟดรีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการผลิตยาเสพติด หรือข่าวข้าราชการหรือนักการเมืองที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนไปตามกระแสการเมืองหรือผลประโยชน์ เป็นต้น
ในอดีตผลกระทบของการผิดต่อหน้าที่หรือจรรยาบรรณอาจไม่มากนัก แต่ในปัจจุบันผลกระทบเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น เช่น กรณีของวิกฤตเศรษฐกิจที่ผลกระทบมาจากการคอร์รัปชัน หรือการดำเนินนโยบายการเมืองเพื่อผลทางการเมืองไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของชาติ จำนวนผู้ที่โน้มเอียงที่จะกระทำผิดจรรยาบรรณก็มีมากขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่สังคมตระหนักเอาใจใส่ในเรื่องนี้กันมากขึ้น เห็นได้จากโครงการการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน (CG Rating) ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ริเริ่มดำเนินการโดยมีบริษัท ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส (TRIS) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดอันดับ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์จะสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ตลอดจนภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติที่ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของภาคประชาชนหลายองค์กร ซึ่งเป็นพลังอาสาแผ่นดินในฐานะพลเมืองของรัฐ เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตาตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทุกภาคส่วนปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส
และต้องขอบคุณ Social Media และความเอาใจใส่ ช่างสังเกตของคนในสังคมที่ร่วมกันเป็นหูเป็นตา สื่อสารเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบเห็นให้สังคมได้รับรู้ ทำให้การทำผิดหน้าที่หรือจรรยาบรรณทำได้ยากยิ่งขึ้น และผู้กระทำผิดก็จะได้รับผลกรรมที่ตนกระทำได้เร็วขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น คลิปข่าว ข้าราชการซี 8 กรมศุลกากร ตบบ้องหูเจ้าหน้าที่สนามบิน เป็นต้น
แล้ววิชาชีพใดบ้างที่ต้องมีจรรยาบรรณ ทุกวิชาชีพต้องมีจรรยาบรรณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เช่น ข้าราชการ ครู บุคลากรทางการแพทย์ นักการเงิน ฯลฯ จรรยาบรรณในแต่ละวิชาชีพต่างๆ แม้จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปแต่ละวิชาชีพ จนหลายคนอาจจะอ้างว่าเยอะไป จำไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วทุกวิชาชีพมีหลักจรรยาบรรณทั่วไปที่ใกล้เคียงกัน ได้แก่
• ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ยุติธรรม
• รักษาผลประโยชน์ของลูกค้าสูงสุด
• ยึดมั่นในมาตรฐานแห่งวิชาชีพ
• กระทำตามกฎหมายหรือหลักศีลธรรม
• รักษาข้อมูลที่ได้เป็นความลับ
• ไม่กระทำการที่อาจเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ
• รักษาภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือแห่งองค์กรที่ตนสังกัด
และสุดท้ายนี้ อยากขอฝากคำขวัญที่อยู่หน้าห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ว่า
“สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น
สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น”







