
ยีนส์ลีดันขาเดฟชิงแชร์เพิ่ม1%ปีนี้ลุยคอลเลกชันใหม่-โหมซีเอสอาร์
เซ็นทรัล เทรดดิ้ง ชูกลยุทธ์สินค้าใหม่ควบซีเอสอาร์ หวังเพิ่มแชร์ยีนส์ลี 1% ปีนี้
เซ็นทรัล เทรดดิ้ง ชูกลยุทธ์สินค้าใหม่ควบซีเอสอาร์ หวังเพิ่มแชร์ยีนส์ลี 1% ปีนี้
นายวราวุธ มัทนพจนารถ ผู้อำนวยการอาวุโสผลิตภัณฑ์ลี บริษัท เซ็นทรัล เทรดดิ้ง เปิดเผยว่า แผนการทำตลาดแบรนด์ลีในปีนี้ บริษัทจะเน้นการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรมการตลาดกระตุ้นยอดขาย ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม
สำหรับการวางตลาดสินค้าใหม่ในปีนี้ จะเริ่มจากการเปิดตัวกางเกงยีนส์คอลเลกชันใหม่ นิว สกินนี เข้าทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มสาวมั่นใจ ในรูปแบบทรงเดฟเอวต่ำ เน้นจับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นมากขึ้น
“ก่อนหน้านี้เราประสบความสำเร็จกับการเปิดตัวคอลเลกชัน เบรท สกินนี สำหรับตลาดผู้ชายวัยรุ่นมาแล้ว ส่งผลให้ปีที่ผ่านมายอดขายกางเกงยีนส์ลีทรงขาเดฟเติบโตสูงถึง 50% ขณะที่ทรงตรงโต 20-30% และทรงกระบอกเติบโต 15-20%” นายวราวุธ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 คอลเลกชัน คือ ซัมเมอร์และวินเทอร์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในทุกฤดูกาล โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 1% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25% เพิ่มเป็น 26% โดยปัจจุบันตลาดรวมกางเกงยีนส์ที่จำหน่ายในดีพาร์ตเมนต์สโตร์ มีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ไตรมาสแรกมีรายได้เติบโตไปแล้วที่ 20%
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการจัดแคมเปญเพื่อสังคม หรือซีเอสอาร์ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ใช้งบ 10 ล้านบาท ในการจัดโครงการ “Lee D-Day ดีใจปี 5” ด้วยการให้ลูกค้าแลกซื้อเสื้อยืดได้ในราคา 9 บาท เมื่อซื้อกางเกงยีนส์และสินค้าใดก็ได้ 1 ชิ้น โดยตั้งเป้าการแลกซื้อไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นตัวทั่วประเทศ
ทั้งนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า กลุ่มวัยรุ่นจะนิยมซื้อกางเกงยีนส์ไม่ต่ำกว่า 6 ตัวต่อปี ส่งผลให้ในตู้เสื้อผ้าน่าจะมีกางเกงยีนส์ไม่ต่ำกว่า 10 ตัว ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่จะมีอยู่ประมาณ 8 ตัว แต่ก็ถือว่าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าประมาณ 6-7 ตัว และบริษัทมั่นใจว่าในตู้เสื้อผ้าของวัยรุ่นแต่ละคนจะต้องมีกางเกงยีนส์ลีเป็นหนึ่งในนั้น ทำให้บริษัทตั้งเป้ารุกตลาดกลุ่มวัยรุ่นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งแม้ว่ากลุ่มวัยรุ่นจะมีกำลังซื้อที่แท้จริงไม่เหมือนกลุ่มผู้ใหญ่ เนื่องจากยังขอเงินพ่อแม่ แต่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นทำให้บริษัทสนใจเข้าไปทำตลาดวัยรุ่น”นายวราวุธกล่าว







