posttoday
13 ปัจจัย....เสริมความสำเร็จให้ผู้ประกอบการ (ตอน 1)

13 ปัจจัย....เสริมความสำเร็จให้ผู้ประกอบการ (ตอน 1)

03 เมษายน 2555

ผ่านไปแล้วกับไตรมาสแรกของปีมังกร 2555 หลายธุรกิจเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วม

โดย...ริต้า ทัพภมาน

ผ่านไปแล้วกับไตรมาสแรกของปีมังกร 2555 หลายธุรกิจเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วม หลายธุรกิจยังต้องเฝ้าระวังถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายขึ้นกับบริษัท เช่น เหตุการณ์ลอบวางระเบิดในจังหวัดภาคใต้หลายแห่ง ที่คงไม่ต้องเดาเลยว่าผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ที่กำลังใกล้เข้าถึงนี้จะเป็นเช่นไร ฉะนั้นผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมในเรื่องการบริหารความเสี่ยงเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดตลอดเวลา

สัปดาห์นี้ ขอนำเสนอเนื้อหาเบาๆ ที่ผู้เขียนเก็บมาฝากเกี่ยวกับ 13 ปัจจัย ที่สามารถนำไปเสริมให้เกิดความสำเร็จให้กับท่านได้ โดยนำประเด็นมาจากหนังสือ เรื่อง Talent Is Never Enough แต่งโดย John C. Maxwell ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Self Improvement ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการเพื่อนำไปบริหารตัวเองที่ส่งต่อไปยังการบริหารธุรกิจของท่านได้ด้วย

ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ เชื่อว่าพรสวรรค์และสติปัญญาเพียงอย่างเดียวนั้น ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ แต่จะต้องมีปัจจัยอื่นอีก 13 ประการ ดังนี้

1.มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในศักยภาพของตัวเอง (Belief) คนที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองมีความสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน

2.มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า (Passion) พลังแห่งความมุ่งมั่นในที่นี้คือ การที่เรามุ่งมั่นว่าเราจะต้องทำในสิ่งที่เราปรารถนาให้ประสบความสำเร็จให้จงได้ และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และแม้ว่าจะเจออุปสรรคขวางกั้นสักแค่ไหน ก็ไม่ยอมแพ้โดยเด็ดขาด ผู้แต่งเชื่อว่า คนที่มีสติปัญญาไม่สูงมากนัก แต่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ย่อมสามารถเอาชนะคนที่มีสติปัญญาสูงแต่เหงาหงอย หรือเบื่อหน่าย เมื่อเรามีความมุ่งมั่นมาจากข้างใน จะทำให้กิริยาท่าทาง คำพูด และการกระทำเต็มไปด้วยพลัง คำพูดจะน่าเชื่อถือ ผู้ฟังจะเกิดกำลังใจ มีความกระตือรือร้นและเต็มใจให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งคนที่มีความมุ่งมั่นจะต้องรู้จักจัดลำดับความสำคัญก่อนและหลังในสิ่งที่ตัวเองจะลงมือกระทำด้วย เพื่อไม่ให้หลงทางและเสียเวลาโดยใช่เหตุ

3.มีจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Initiative) การจินตนาการจะต้องมีการลงมือกระทำด้วยเสมอ แต่การฝันกลางวันคือ การวาดภาพในอากาศ แต่ไม่เคยมีการลงมือกระทำ ใด ๆ เลย ผู้แต่งเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นเพียงการรอคอยปัจจัยภายนอก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิต ก็เป็นได้ในการรอคอยให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น ในทางกลับกัน และการพยายามริเริ่มความคิดที่สร้างสรรค์จะช่วยพัฒนาสติปัญญาและช่วยให้สิ่งต่างๆ ที่เราวาดฝันไว้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

4.มีสมาธิ คือ การจดจ่อกับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเสร็จแล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่น โดยระหว่างที่ลงมือกระทำจะต้องไม่คิดเรื่องอื่น ไม่คิดถึงอดีตและต้องไม่กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง สมาธิจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเกิดความกระตือรือร้น และมุ่งมั่นในการทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จ เพราะคนที่มีสมาธิจะไม่หัวเสียไปกลับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่จิตจะพุ่งไปสู่การเป้าหมายที่วางไว้เท่านั้น อย่างไรก็ตามการมีสมาธิเพียงอย่างเดียว บางครั้งอาจจะเป็นการพยายามที่ผิดทางก็เป็นได้ จึงจำเป็นจะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา โดยหมั่นถามตัวเองว่า ขณะนี้เรากำลังทำสิ่งใด ทำไปเพื่ออะไร ตรงประเด็นหรือไม่ เราอยู่ห่างจากเป้าหมายมากน้อยเพียงใด และเราจะต้องทำสิ่งใดอีกบ้างเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าว

5.มีการเตรียมตัว (Preparation) การเตรียมตัวนั้นถือว่าเป็นการให้เกียรติคนฟัง เช่น กรณีที่เราจะต้องนำเสนอโครงงานให้เพื่อนร่วมงานฟัง เราควรเตรียมตัวไปล่วงหน้า แม้ว่าเราจะเคยนำเสนอโครงงานนี้มาแล้วก็ตาม เพราะการนำเสนอแต่ละครั้งสถานการณ์ย่อมเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในแง่ของกลุ่มผู้ฟัง ตัวผู้พูด และสถานการณ์รอบข้างที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงไม่ควรประมาท การเจรจาทางธุรกิจ เป็นต้น

6.มีการฝึกฝน (Practice) การฝึกฝนจะช่วยให้เรามีสติปัญญาที่ลุ่มลึกมากขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้น

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69