
กลต.เดินหน้าเปิดเสรี
ก.ล.ต.เดินหน้าเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ ยันตลาดทุนไทยต้องมองโอกาสจากการเปิดเสรีอาเซียนรับมือการแข่งขัน
ก.ล.ต.เดินหน้าเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ ยันตลาดทุนไทยต้องมองโอกาสจากการเปิดเสรีอาเซียนรับมือการแข่งขัน
นางทิพยสุดา ถาวรามร ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต.จะไม่ทบทวนการเปิดเสรีค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) และการเปิดเสรีใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2555 เนื่องจากตลาดทุนไทยต้องการให้เกิดการแข่งขันได้ และเชื่อมโยงตลาดทุนที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในอีก 2 ปีข้างหน้าจากนี้
ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส กล่าวว่า การเปิด AEC เป็นโอกาสที่ธุรกิจหลักทรัพย์จะฉวยโอกาสจากเพื่อนบ้าน หรือมองโอกาสที่จะไปทำธุรกิจนอกประเทศได้ ซึ่งก่อนไปต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งสามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้
ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียหรือสิงคโปร์ มีการเปิดเสรี รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในอาเซียน มีการเปิดเสรีเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์หรือภาคการเงิน ทำให้เกิดการแข่งขันในประเทศสูงขึ้น ธุรกิจเหล่านั้นจึงเริ่มหันมองการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ธนาคารซีไอเอ็มบี (CIMB) ธนาคารเมย์แบงก์ของมาเลเซีย เข้ามาลงทุนขอส่วนแบ่งในธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งกฎหมายไทยเปิดให้ลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์ได้ 100%
นางทิพยสุดา กล่าวว่า การที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ต้องการให้ ก.ล.ต.ทบทวนการเปิดเสรีนั้น คงไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก 5 ปีที่ผ่านมา ก่อนการเปิดเสรี ก.ล.ต.มีการศึกษาและทบทวนตลอดเวลา แม้ว่าจะมีคำถามการเปิดเสรีของ ก.ล.ต. ต่างกับการเปิดเสรีของภาคการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) ระมัดระวังมากกว่า
ธุรกิจหลักทรัพย์เป็นการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์และจบได้ด้วยการส่งมอบ ฐานลูกค้าแยกโอนได้ ต่างกับธนาคารที่เกี่ยวข้องกับฐานเงินฝาก ผู้กู้ และเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้การเปิดเสรีไม่ได้หมายความว่าไร้กฎเกณฑ์ แต่จะอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่มีความเข้มงวด เช่น โบรกเกอร์ที่มีนักลงทุนรายย่อยหรือมีการให้คำแนะนำซื้อขายหลักทรัพย์ต้องมีบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ให้ลูกค้า เพื่อประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อยที่เป็นฐานเสียงส่วนใหญ่ของตลาดทุนไทย เป็นการปกป้องนักลงทุนรายย่อย
ขณะที่นักลงทุนสถาบันหรือรายใหญ่ สามารถขอให้โบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์ได้อยู่แล้ว ขณะนี้ยังไม่สรุปโบรกเกอร์ 1 ราย จะออกบทวิเคราะห์จำนวนกี่หลักทรัพย์ โดยโบรกเกอร์ต่อรองขอทำ 5 หลักทรัพย์ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน
“ก่อนการเปิดเสรี ก.ล.ต.คิดมาตั้ง 5 ปี มีการทบทวนตลอดเวลา เมื่อมีการเปิดเสรีแล้ว ก.ล.ต.ต้องเดินหน้าเลิกการผูกขาด ไม่สนับสนุนการผูกขาดธุรกิจหลักทรัพย์ แต่เห็นด้วยในการควบคุมคุณภาพการให้บริการของโบรกเกอร์ ซึ่งการควบคุมสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกขาด และถ้าจะให้สู้กับคนอื่นได้ วิธีดีที่สุดคือ สู้กันเดี๋ยวนี้ สู้ด้วยกัน ภายใต้กฎกติกาที่กำลังจะเข้มขึ้น”
สำหรับการดำเนินงานของ ก.ล.ต.เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดเสรีตลาดทุนไทยรองรับการเปิด AGE ให้มีการเข้าถึงแหล่งทุนและต้นทุนที่ถูกกว่า สร้างฐานผู้ลงทุนไทยให้|ใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันกฎกติกาต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน เช่น กฎหมายและภาษี ซึ่ง ก.ล.ต.อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดอุปสรรคเหล่านี้ ตลอดจนการสร้างแรงจูงใจให้มีการแข่งขันกับภายนอก มากกว่าอุ้มปกป้องรักษาเค้กแค่ในประเทศเท่านั้น







