
เชื่อขึ้นค่าแรง300กระทบเอกชนระยะสั้น
ปลัดกระทรวงแรงงานชี้ปรับค่าแรง300 กระทบภาคเอกชนระยะสั้น มีผลดีมากกว่าผลเสีย ด้านสภาอุตฯยันทำเอสเอ็มอีเจีงกระจายแน่
ปลัดกระทรวงแรงงานชี้ปรับค่าแรง300 กระทบภาคเอกชนระยะสั้น มีผลดีมากกว่าผลเสีย ด้านสภาอุตฯยันทำเอสเอ็มอีเจีงกระจายแน่
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่มีผลในวันที่ 1 เม.ย.เป็นวันแรกนั้น ยอมรับว่าในช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่เป็นเพียงระยะสั้น หากผู้ประกอบการรายใดมีปัญหาเรื่องเงินทุน หรือไม่เข้าใจการปรับค่าจ้างในครั้งนี้ ก็สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์โปร่งใส กระทรวงแรงงาน หรือที่ สำนักงานแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ
"การปรับค่าแรงครั้งนี้การยกระดับรายได้ให้แก่แรงงาน ที่มีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะขณะนี้ค่าครองชีพต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่ปรับขึ้นค่าแรงจะทำให้เงินหมุนเวียนในระบบขาดหาย แต่หากแรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น อำนาจการซื้อก็เพิ่มขึ้น การจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจะซื้อง่ายขายคล่องขึ้น"นพ.สมเกียรติกล่าว
ด้าน นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและลูกจ้างโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีจะไม่สามารถอยู่ได้ ทำให้ลูกจ้างต้องตกงานในที่สุด จึงเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานมหาศาล ซึ่งในช่วงเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเห็นผลกระทบชัดเจน โดยธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนมากจะหยุดประกอบกิจการ เพราะต้นทุนเพิ่ม 20-30%
อนึ่งการปรับค่าแรงขั้นต่ำจะดำเนินการพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยจะขึ้นค่าจ้าง 39.5% จากค่าจ้างขั้นต่ำเดิมที่ประกาศในแต่ละจังหวัด ยกเว้น 7 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภูเก็ต ที่นำร่องขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทแล้ว อย่างไรก็ตาม 7 จังหวัดดังกล่าวรัฐบาลจะจะมีการปรับค่าแรงอีกครั้งในวันที่ 1 ม.ค. 2556







