
ดัชนีผลผลิตอุตฯกพ.ติดลบ3.4%
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ยังคงติดลบ 3.4% โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตเพื่อส่งออกการผลิตยังไม่ฟื้นตัว ส่วนกลุ่มผลิตป้อนตลาดในประเทศการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้น
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ยังคงติดลบ 3.4% โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตเพื่อส่งออกการผลิตยังไม่ฟื้นตัว ส่วนกลุ่มผลิตป้อนตลาดในประเทศการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้น
นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มอีไอ) ประจำเดือนก.พ.2555 พบว่า ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 171.74 ลดลง 3.40% จากระดับ 177.79 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มที่ส่งออกสินค้ามากกว่า 60% ที่การผลิตยังคงหดตัว 18.5% เนื่องจากการผลิตยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่จากปัญหาน้ำท่วม เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เพราะการฟื้นฟูช้า ต้องรอกระบวนการนำเข้า ติดตั้งเครื่องจักร และผู้ผลิตบางกลุ่มหันมาผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศก่อน จากความต้องการที่มีมากหลังน้ำท่วม จึงลดการผลิตเพื่อส่งออกลง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์
ขณะเดียวกันยังมีอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจตลาดโลก ทำให้การส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกาลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมที่ผลิตได้แต่ยังมีระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดอุทกภัย ได้แก่ คอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์นม และผลิตภัณฑ์รองเท้า ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-4 เดือน จึงจะกลับมาผลิตได้ในระดับที่ใกล้เคียงก่อนเกิดอุทกภัย
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศ (ส่งออกน้อยกว่า 30%) การผลิตขยายตัว 19.6% และกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออก 30-60% ขยายตัว 8.5% จากการที่ความต้องการสินค้าในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างเต็มที่ โดยภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมสามารถฟื้นฟูกลับมาสู่ระดับปกติได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ เพราะการฟื้นฟูของโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์สามารถหาชิ้นส่วนจากแหล่งผลิตอื่นในประเทศ รวมถึงมีการนำเข้ามาใช้ทดแทนได้แล้วแม้จะผลิตยังไม่ครบทุกค่าย เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมผลิตเครื่องดื่มที่ทำการผลิตได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดอุทกภัยแล้ว
ทั้งนี้ จากการใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง การลงทุนเพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสีย ป้องกันการสูญเสียจากน้ำท่วมของภาคธุรกิจ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น รถคันแรก การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำและผู้ที่จบการศึกษาปริญญาตรี จะส่งผลต่อกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตอบสนองความต้องการใช้ในประเทศ ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดื่ม จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลดีมากที่สุด
“ในไตรมาส 1 การผลิตในภาพรวมจะยังคงติดลบอยู่แน่นอน แต่จะกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 2 และดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3 และ4” นายอภิวัฒน์ กล่าว







