
เบิกงบน้ำไม่ทัน‘โดนริบ
’ครม.ปูเร่งมือลุยฟื้นฟูประเทศ ไม่ทัน30เม.ย.นี้เกลี่ยให้ที่อื่น
’ครม.ปูเร่งมือลุยฟื้นฟูประเทศ ไม่ทัน30เม.ย.นี้เกลี่ยให้ที่อื่น
สั่งริบเงินลงทุนเร่งด่วนฟื้นฟูน้ำท่วม หากไม่ลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภายใน 30 เม.ย.นี้
นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 มี.ค. รับทราบสถานะความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฟื้นฟูน้ำท่วมวงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และมีมติว่า หากหน่วยงานเจ้าของโครงการใดไม่ลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภายในวันที่ 30 เม.ย. 2555 จะริบเงินลงทุนคืน ก่อนที่จัดสรรให้หน่วยงานอื่นที่โครงการมีความพร้อม
นายวรวิทย์ ระบุว่า สาเหตุที่ต้องริบเงินลงทุนมาลงทุนในโครงการอื่น เพราะปัจจุบันมีหน่วยงานลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการฟื้นฟูน้ำท่วม 43% หรือ 4.95 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า จะมีโครงการลงนามในสัญญาอย่างน้อย 50%
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งรัดไปยังแต่ละหน่วยงานต่างๆ ให้รีบดำเนินการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการเร่งด่วนภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพราะหากยังมีโครงการที่ค้างไม่สามารถลงนามได้ ก็จะพิจารณาปรับเปลี่ยนให้ไปใช้งบประมาณในส่วนอื่นแทน เช่น การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อการบริหารจัดการน้ำ แล้วจะปรับงบประมาณไปให้โครงการอื่นที่มีความพร้อมกว่ามาดำเนินการแทน
สำหรับงบลงทุนในปีงบ ประมาณ 2555 นั้น ยังมีความล่าช้ากว่าแผนอยู่บ้าง ซึ่งในเร็วๆ นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดติดตาม เพื่อเร่งรัดให้การเบิกจ่ายงบเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้
ด้านนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ณ วันที่ 23 มี.ค. สำนักงบประมาณจัดสรรงบฟื้นฟูน้ำท่วมให้ 64 หน่วยงาน เป็นวงเงิน 1.15 แสนล้านบาท มีแผนการใช้จ่ายสะสม 5.62 หมื่นล้านบาท และเบิกจ่ายแล้ว 3.96 หมื่นล้านบาท หรือ 70.55% ของแผนการใช้จ่ายสะสม
ขณะที่สถานะโครงการพบว่า เป็นโครงการที่มีการลงนามในสัญญาแล้วเป็นวงเงิน 4.95 หมื่นล้านบาท หรือ 43% เป็นโครงการที่ยังไม่มีการลงนามในสัญญา 6.56 หมื่นล้านบาท หรือ 57%
ด้านกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมเปิดประมูลพันธบัตรรัฐบาลในช่วงเดือน เม.ย-มิ.ย. 2555 รวม 1.775 แสนล้านบาท โดยพันธบัตรดังกล่าวมีอายุ 3, 4, 5, 7, 9, 15, 20, 29 และ 49 ปี เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรดังกล่าวจะเปิดประมูลทุกๆ วันพุธของแต่ละสัปดาห์







