
ทิพยเพิ่มทุนคุ้มครองน้ำท่วมบ้าน
รับส่วนเกินกรมธรรม์ภัยพิบัติ จ่าย30%สูงสุดหลังละ5ล้าน
รับส่วนเกินกรมธรรม์ภัยพิบัติ จ่าย30%สูงสุดหลังละ5ล้าน
ทิพยประกันภัยสนองลูกค้า เล็งเพิ่มความคุ้มครองภัยพิบัติที่อยู่อาศัย สูงสุดหลังละ 5 ล้านบาท
นายสมพร สืบถวิลกุล บริษัท ทิพยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ หรือ รีอินชัวร์เรอร์ ในส่วนของการกำหนดค่าเบี้ยรับประกันภัยพิบัติส่วนเกินที่ลูกค้าจะซื้อกรมธรรม์ได้เกินกว่าวงเงินความคุ้มครองที่กองทุนส่งเสริมการประกัน ภัยพิบัติกำหนดให้บ้านที่อยู่อาศัยไว้ที่ 1 แสนบาท เพื่อเป็นทางเลือกและตอบสนองความต้องการของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะรับความคุ้มครองประกันภัยพิบัติในส่วนที่เกินจาก 1 แสนบาท ให้กับบ้านที่อยู่อาศัยได้สูงสุดไม่เกินหลังละ 5 ล้านบาท หรือรับประกันประมาณ 30% ของมูลค่าบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท
สำหรับการเข้าร่วมโครงการกรมธรรม์ประกันภัยพิบัตินั้น บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ที่ 400-500 ล้านบาท โดยจะกระจายไปยังทุกพื้นที่ ทั้งในส่วนของทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กรวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทยังได้ซื้อความเสี่ยงภัยเรื่องพิบัติกับบริษัทรีอินชัวร์เรอร์ สูงถึง 2,000 ล้านบาท
นายสมพร กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 นี้ บริษัทเตรียมปรับสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่อยู่ที่ 10% หลังจากผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นช่วงที่ผ่านมาออกมาในทิศทางค่อนข้างดีมาก เมื่อเทียบกับผลตอบแทนในช่วงปีที่ผ่านมา ประกอบกับทิศทางการลงทุนในหลักทรัพย์ปีนี้อยู่ในระดับดี ล่าสุด ดัชนีหุ้นไทยสามารถขยับขึ้นแตะที่ระดับ1,200 จุดได้ ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับตลาดหุ้นไทย เนื่องจากบริษัทมองว่าเป็นทิศทางที่ดีที่จะเข้าไปลงทุนเพิ่ม เพื่อสร้างผลตอบแทนในช่วงทิศทางอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีเงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท แบ่งลงทุนในตราสารทุนประมาณ 10% หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ การปรับพอร์ตการลงทุนในหุ้นครั้งนี้ คาดว่า ไม่น่าจะเกินไตรมาสสองของปีนี้ โดยจะดูจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับสัดส่วนเม็ดเงินลงทุนในหุ้นที่บริษัทเป็นผู้บริหารเอง วงเงิน 1,000 ล้านบาท ไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) กรุงไทย และ บลจ.ทิสโก้ บริหารเพิ่มเติมอีก จากเดิมที่ บลจ.ได้รับบริหารไปแล้ว 1,000 ล้านบาท ซึ่งการบริหารงานของ บลจ.สามารถสร้างผลตอบแทนค่อนข้างดีกว่าที่ทิพยฯ บริหารเอง
ดังนั้น แผนการปรับสัดส่วนเม็ดเงินลงทุนไปยังบลจ.ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการให้กับบริษัทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในการจัดสรรเม็ดเงินดังกล่าว ส่วนบลจ.ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการพอร์ตลงทุนในหุ้นของบริษัทประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม กรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTAM และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ทิสโก้ จำกัด อย่างไรก็ตาม “ปกด“ปีนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน จากเดิมเราลงทุนในหุ้นน้อยมากประมาณ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่ด้วยทิศทางการลงทุนใหม่ที่เน้นผลตอบแทนมากขึ้น บริษัทเห็นว่าการลงทุนในหุ้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี และเพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนโดยการจ้าง บลจ.เข้ามาช่วยบริหารจัดการให้” นายสมพร กล่าว
และช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาจึงตัดสินใจลงทุนในหุ้นเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาทและจากผลตอบแทนที่ได้ ส่งผลให้บริษัทเตรียมขยับพอร์ตลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนในช่วงดอกเบี้ยต่ำ" นายสมพร กล่าว







