posttoday
เปิดรายละเอียดประกันภัยพิบัติ

เปิดรายละเอียดประกันภัยพิบัติ

29 มีนาคม 2555

กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ เริ่มขายแล้ว 28 มี.ค.เบี้ยประกันภัยสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย 0.5% ต่อปี ธุรกิจเอสเอ็มอี1.0% ต่อปี

โดย...วารุณี อินวันนา

วันที่ 28 มี.ค.2555 เป็นอีกวันหนึ่งที่ประเทศไทยมีเรื่องให้ต้องบันทึกกันใหม่คือ"กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ" ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ "กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ"วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ที่ประชาชนจะต้องตระหนักและรับรู้กันอย่างรวดเร็ว เพราะบทเรียนจากน้ำท่วมหนักเมื่อเดือนต.ค.2554 และขังยาวนานมาจนถึงปีใหม่ ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุไว้มีประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท

“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ” เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ของไทย และ เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย เป็นประธาน ภายใต้แนวคิด  “มั่นใจประกันภัย ผสานใจ เพื่อชาติ” ให้ความคุ้มครองภัยพิบัติ 3 ภัย ได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และ ลมพายุ  โดยมีบริษัทประกันวินาศภัย 54 แห่งเข้าร่วมลงนามความร่วมมือขายกรมธรรม์ดังกล่าว

รูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยเป็นแบบจำกัดความรับผิด (Sub Limit) ที่ให้ความคุ้มครองบ้านอยู่อาศัย ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท คิดอัตราเบี้ยประกันภัยที่  0.5% ต่อปี ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อม (SME) ทุนประกันไม่เกิน 50 ล้านบาท จำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ ไม่เกิน  30% ของทุนประกันภัย คิดอัตราเบี้ยประกันภัยที่ 1.0% ต่อปี และสำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่มีทุนประกันภัยมากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ ไม่เกิน  30% ของทุนประกันภัย โดยคิดอัตราเบี้ยประกันภัยที่  1.25% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราเบี้ยประกันภัยที่ต่ำกว่าตลาดที่คิดกันอยู่ระหว่าง 3%-10% โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก 5 หมื่นล้านบาท ส่วนเกินจะมีการจัดซื้อประกันภัยต่อต่างประเทศ

วิธีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน บริษัทประกันภัยจะเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย โดยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริง แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ ยกเว้นกรณีอุทกภัยในกลุ่มบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากมีผู้เอาประกันภัยเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน จึงจะพิจารณาจ่ายสินไหมทดแทนที่ระดับน้ำเป็นเกณฑ์ ประกอบด้วย กรณี ซื้อวงเงินความคุ้มครอง 1 แสนบาท หากน้ำท่วมพื้นภายในบ้านชดเชยขั้นต่ำ 3 หมื่นบาท น้ำท่วม 50 ซม.ชดเชย 5 หมื่นบาท น้ำท่วม 75 ซม.ชดเชย 7.5 หมื่นบาท น้ำท่วม 100 ซม.ชดเชย 1 แสนบาท

สำหรับ กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ จะเป็นสัญญาที่ต้องซื้อเพิ่มเติมจากสัญญาหลัก คือ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และ กรมธรรม์ประกันสรรพภัย(IAR) ซึ่งจะต้องมีกรมธรรม์ใด กรมธรรม์หนึ่ง จาก 2 กรมธรรม์นี้ก่อน จึงจะสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่มาว่า ประกันภัยน้ำท่วม ที่ผ่านมาไม่มีใครสามารถรับประกันภัยได้ เนื่องจากมีการเรียกเก็บเบี้ยประกันในอัตราที่สูงมาก เพราะบริษัทประกันภัยต่างประเทศขาดความมั่นใจ น้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจึงเป็นฝันร้ายของประเทศ  ภาครัฐบาลและภาคเอกชน จึงได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา ด้วยการจัดตั้ง"กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ" เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้บริการจัดหาประกันภัย  ยังได้มีการทำแผนแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

"รัฐบาลไม่ได้มองแค่เรื่องประกันภัยเท่านั้น แต่ยังได้มองไปถึงการปล่อยสินเชื่อ ขอบเขตความคุ้มครองประกันภัย ไม่เฉพาะน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงวาตภัย แผ่นดินไหว  ซึ่งต่างประเทศก็ให้ความสนใจ พอมีกองทุนส่งเสริมการประกันภัย จะทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น เบี้ยในตลาดลดลง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเดินมาถูกทาง"นายกรัฐมนตรี กล่าว

ขณะที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ที่ผลักดัน"กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ" มาตั้งแต่สมัยนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำที่มาที่ไปอีกครั้งว่า  เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการ ที่อาจเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติในอนาคต  และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศ

ทั้งนี้ พยุงศักดิ์  ชาติสุทธิผล  ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ  กล่าวว่า  จะช่วยจัดการด้านความเสี่ยงให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์  เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทุกภาคส่วน ได้แก่ บ้านอยู่อาศัย ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อม (SME) และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  โดยจะเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติ   ที่สามารถเข้าถึงประชาชนและผู้เอาประกันภัย รวมทั้งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งภายใน และภายนอกประเทศ

ด้าน จีรพันธ์  อัศวะธนกุล  นายกสมาคมประกันวินาศภัย มองว่า ในส่วนของภาคธุรกิจประกันภัย กว่า 50 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ และมีสาขาให้บริการด้านการประกันภัย อยู่ทั่วประเทศ พร้อมจะผลักดันให้ “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ” เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนในวงกว้างผ่านตัวแทน - นายหน้าประกันภัย ซึ่งจะให้ความรู้และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองและได้รับประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติอย่างแท้จริง  

สำหรับ ประชาชน และผู้ประกอบการรายใดสนใจซื้อ กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ สามารถซื้อได้ที่บริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้วกว่า 50 บริษัท โดยเริ่มเปิดขาย ตั้งแต่  วันที่ 28 มี.ค. 2555 เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ โทรศัพท์ 0-2290-8899 หรือ www.ncif.or.th

ทั้งนี้ ในการซื้อประกันภัยพิบัติสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ควรจะคำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อจะได้ซื้อความคุ้มครองให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น คาดว่าทรัพย์สินจะเสียหายประมาณ 5 หมื่นบาท ก็ควรจะซื้อวงเงินความคุ้มครอง 5 หมื่นบาท แม้ว่าทางกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติจะเปิดโอกาสให้ซื้อความคุ้มครองได้สูงสุด 1 แสนบาท เพราะถ้าเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทประกันภัยจะชดเชยตามความเสียหายจริง ไม่ใช่ชดเชยตามความคุ้มครองสูงสุดที่ซื้อไว้ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท